ยกฟ้อง ‘พ.อ.นที’ โดนอาร์เอสยื่นฟ้องลงนามให้บอลโลก2014 ถ่ายฟรีทีวี

20.12.18 | 11:53 น.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 ธันวาคม ที่ห้องพิจารณาคดี 804 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำอ.3209/57 ที่บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง สปอร์ แมเนจเม้นต์ จำกัด เป็นโจทก์ฟ้อง พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กสทช. เป็นจำเลยในความผิดฐาน ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 5 พ.ย.55 – 30 เม.ย.56 ต่อเนื่องกัน จำเลย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งกรรมการ กสทช. ได้ให้ความเห็นชอบในการประกาศหลักเกณฑ์ รายการโทรทัศน์สำคัญที่เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ.2555 โดยไม่ฟังคำโต้แย้งจากโจทก์ ซึ่งเป็นผู้ได้สิทธิ์ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกปี ค.ศ.2014 จากประเทศบราซิล และจำเลยยังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนจนทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่า บริษัทโจทก์ประกอบธุรกิจเอาเปรียบประชาชน ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

เหตุเกิดที่แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. คดีนี้จำเลยปฏิเสธ สู้คดี โดยวันนี้ พ.อ.นที ที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวเดินทางมาศาลพร้อมทนายความ โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยนำสืบ เเล้วเห็นว่า การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ไม่ใช่เป็นการเฉพาะที่ต้องกระทำการในหน้าที่ที่ไม่ชอบ จนเกิดผลเเต่ก็จะต้องมีเจตนาพิเศษว่าจงใจที่จะให้เกิดความเสียหาย

ซึ่งขณะนั้นจำเลยดำรงตำเเหน่งรองประธาน กสทช.เเละ กสท.ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ที่จะลงมติเเละลงนามได้ ซึ่งได้มีการศึกษาพบว่าฟุตบอลโลกเป็นกีฬาที่ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเเละควรจะได้รับชม เเละได้ตั้งข้อพิพาทอันนำไปสู่ช่องทางการเยียวยาผู้ได้รับกระทบสิทธิ ซึ่งการตั้งร่างหรือระเบียบดังกล่าวที่ออกโดยที่ประชุม กสทช.นั่นไม่ขัดเเย้งกับ พ.ร.บ.ลิขสิทธิเเละ พ.ร.บ.อื่นๆที่เกี่ยวข้อง เเละมีการนำข้อเสนอของโจทก์มาพิจารณามิได้มีการละเลยเพิกเฉย ซึ่งศาลเห็นว่าการลงนามเเละมติดังกล่าวเป็นการใช้ดุลพินิจพิจารณาเพื่อคุ้มครองสิทธิเเก่ประชาชนเเละผู้ด้อยโอกาสอย่างทั่วถึง จึงมีการบัญญัติข้อดังกล่าวไว้ในภาคผนวก กสทช. จึงฟังได้ว่า การลงมติของ กสทช.เเละ กสท. โดยมีจำเลยเป็นผู้ลงนามเพื่อคุ้มครองสิทธิให้ประชาชนได้รับสิทธิไม่ได้มีเจตนาจะกระทำให้กระทบสิทธิโจทก์โดยตรง

เเละการประกาศเรื่องข้อพิพาทก็เป็นการเเสดงถึงการที่ได้คำนึงถึงความเสียหายต่อโจทก์ จึงฟังไม่ได้ว่าการกระทำจำเลยเป็นการกระทำผิด ส่วนที่จำเลยให้สัมภาษณ์เป็นการเเจ้งข่าวสาร รายงานความคืบหน้าให้ประชาชนได้รับทราบถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการที่โจทก์ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองขอคุ้มครองหลังจำเลยมีคำสั่งให้ฟรีทีวีฉายฟุตบอลโลกได้ เเละการที่จำเลยพูดถึงมาตราการหากโจทก์ฝ่าฝืนก็ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการข่มขู่หรือก่อให้เกิดความเสียหายเเก่โจทก์ การกระทำยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดพิพากษายกฟ้อง

ภายหลัง นายนที รองประธาน กสทช. กล่าวว่า การปฏิบัติของ กสทช. ที่ผ่านมา ได้คำนึงถึงความเสมอภาคและเป็นธรรมของประชาชน ซึ่งในการรับชมการถ่ายทอดฟุตบอลในครั้งนั้น ทำให้ไม่ต้องซื้อกล่อง ส่วนที่โจทย์จะอุทธรณ์ก็เป็นสิทธิที่จะดำเนินการต่อไป

Advertisement