สืบเนื่องจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกาศข่าวสาวจากหลายสถานีโทรทัศน์ ทยอยเดินทางเข้าแจ้งความกรณี ถูกลอบนำรูปภาพไปใช้เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์ พร้อมลงข้อความประกอบด้วยถ้อยคำลามกอนาจาร จนสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์อาชีพนั้น
เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)
น.ส.รังสิมา ศฤงคารนฤมิตร ผู้ประกาศข่าวสาวช่องอัมรินทร์ หมายเลข34 เดินทางเข้าพบร.ต.อ.หญิง แก้วกาญจน์ อุ่นพันธุ์ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความเอาผิดกับผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากเพื่อนในวงการว่าถูกนำภาพไปเผยแพร่ด้วยข้อความหยาบคาย
น.ส.รังสิมา กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น แม่ของตนได้รู้สึกเครียดเป็นอย่างมาก ซึ่งภาพที่คนร้ายเอาไปใช้เป็นภาพที่ได้โพสต์ลงในสื่อโซเชียลของตนตามปกติ และคาดว่าคนร้ายต้องติดตามตนมามากพอสมควร เนื่องจากมีการพูดถึงที่ทำงานเก่า และที่ใหม่ซึ่งได้นำรูปจากทั้งสององค์กรมาใช้ และที่น่าเป็นกังวลเพราะภาพที่ใช้ มีโลโก้ขององค์กรด้วย
“ภาพที่ถูกเอาไปใช้ไม่ได้มีการตัดต่อ แต่ว่าลงข้อความที่พาดพิงถึงที่ทำงานเดิม และที่ใหม่ แสดงว่าเขาต้องมีการติดตามข้อมูลเรา แม่ตนเองเครียดจนต้องไปฉีดยา เพราะกลัวว่าเรื่องจะไปกระทบถึงออฟฟิศได้ แม้ตอนแรกว่าจะปล่อยผ่าน แต่ทางช่องเองก็เห็นสมควรว่าควรที่จะมาแจ้งความ” น.ส.รังสิมา กล่าวและต่อว่า หากให้ตั้งข้อสังเกตว่าคนกระทำจะเป็นคนในวงการสื่อมวลชนด้วยกันเองหรือไม่ ตนมองว่าน่าจะเป็นเหมือนกลุ่มคนที่ชื่นชอบในศิลปินดารามากกว่า แต่กรณีนี้เปลี่ยนไปเป็นผู้ประกาศข่าว หรือนักข่าว ซึ่งส่วนตัวก็เคยมีคนส่งข้อความทักเข้ามาในสื่อโซเชียลตนเองเช่นกัน
“ผู้ประกาศข่าวก็คนธรรมดาที่คุณก็เข้าถึงได้ ถ้าอยากจะคุยก็ให้ส่งข้อความเข้ามาดีๆ อย่าไปทำในลักษณะระบายความใคร่โดยไม่ให้เกียรติเราแบบนั้นเลยดีกว่า” น.ส.รังสิมากล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 ฐานะ โฆษก บก.ปอท. กล่าวว่า จากการตรวจสอบขณะนี้พบว่า ทวิตเตอร์@TheDarkAnchors ได้ลบภาพ และทำการปิดบัญชีไปเมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้ตรวจสอบร่องรอยยากขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวเจ้าของบัญชีดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่คอยติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมาก
สำหรับความผิด จะเข้าข่ายในข้อหาหมิ่นประมาทเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท โดยมีเพียงบางรายเท่านั้นที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากถูกตัดต่อภาพ จนทำให้เจ้าของภาพเสื่อมเสียได้ ทั้งนี้ หากมีผู้เสียหายรายใดถูกตัดต่อภาพและไปในทางลามกอนาจารก็จะโดนข้อหาหนักขึ้น

