ฟังเหตุผลโจรควงปืนปลอมบุกเดี่ยวจี้เซเว่นฯ ขู่ ‘เอาเงินมา ไม่ให้เดี๋ยวยิงไส้แตก’

21.12.18 | 13:11 น.

วงจรปิดจับภาพหนุ่มใช้ปืนปลอมบุกเดี่ยวปล้นร้าน 7-11 ขู่พนักงาน “เอาเงินมา ไม่ให้เดี๋ยวยิงไส้แตก” ตำรวจโคราชรวบทันควัน สารภาพถูกเมียกดดันหาเงินมาให้ใช้ ส่วนความคืบหน้าปล้นบิ๊กซี รู้ทะเบียน จยย.แล้ว

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ สภ.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติ แสงศิริวุฒิ ผู้กำกับการ สภ.จอหอ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.จอหอ ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมคนร้ายใช้อาวุธปืน บุกเดี่ยวปล้นทรัพย์ภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น 1 ราย คือนายบุญเลิศ ผลาดกลาง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 151 หมู่ 1 ต.บ้านเหลื่อม อ.บ้านเหลื่อม จ.นครราชสีมา พร้อมของกลางที่ใช้ก่อเหตุ ประกอบไปด้วย รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่น TFR สีเทา ทะเบียน บธ 7239 นครราชสีมา, อาวุธปืนพลาสติกชนิดกึ่งออโตเมติก สีดำ 1 กระบอก, เสื้อแจ๊กเก็ตสีเขียว 1 ตัว, หมวกไหมพรมสีเทาดำ 1 ใบ, ผ้าขนหนูสีขาว 1 ผืน และรองเท้าฟองน้ำ 1 คู่

พล.ต.ต.วชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 20 ธ.ค. เวลาประมาณ 02.10 น. นายบุญเลิศได้ขับรถกระบะมาจอดข้างๆ ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาบึงทับช้าง ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา หลังจากนั้นได้สวมใส่หมวกไหมพรมสีดำ อำพรางใบหน้า เสื้อกันหนาวสีเขียว กางเกงยีนสีดำ รองเท้าแตะสีขาว เดินเข้าไปในร้าน ก่อนที่จะชักปืนพกพลาสติก ที่ใช้ผ้าขนหนูคลุมไว้ จี้พนักงานขายหญิงคนหนึ่ง โดยข่มขู่ว่า “เอาเงินมา ถ้าไม่ให้เดี๋ยวยิงไส้แตก” ซึ่งทำให้พนักงานขายตกใจมาก และรีบเดินไปที่เคาน์เตอร์หยิบเงินมาให้คนร้ายไป จำนวน 2,800 บาท ก่อนที่คนร้ายจะหยิบเงินเดินออกไป และรีบขับรถหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.จอหอ จึงได้นำภาพจากกล้องวงจรปิด จนรู้ตัวคนร้าย และตามจับกุมตัวได้ในแคมป์คนงานก่อสร้างแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ พร้อมยึดของกลางที่ใช้ก่อเหตุได้ทั้งหมด

นายบุญเลิศ สารภาพว่า เพิ่งทะเลาะกับภรรยามา เรื่องไม่มีเงินส่งให้ภรรยาใช้ จึงเกิดความเครียด และใช้อารมณ์ชั่ววูบ วางแผนเข้าไปปล้นร้านสะดวกซื้อ บริเวณใกล้เคียงกับที่ทำงานก่อสร้าง เนื่องจากเห็นว่ามีแต่พนักงานขายผู้หญิง จึงได้ไปหาซื้อปืนพลาสติกมา และอาศัยจังหวะที่ไม่มีลูกค้าเข้าร้าน เข้าไปจี้ปล้นทรัพย์ ก่อนที่จะขับรถหนีออกมา และเงินจำนวน 2,800 บาท ที่เพิ่งปล้นมาได้ ก็โอนให้ภรรยาไปหมดแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.วัชรินทร์ กล่าวอีกว่า ซึ่งในคืนวันเดียวกันนั้น ได้เกิดเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเดี่ยวปล้นทรัพย์ในร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา พร้อมกัน 2 ร้าน คือที่ร้านบิ๊กซี สาขาสืบศิริ ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา และเหตุการณ์นี้ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาบึงทับช้าง ต.จอหอ ซึ่งจับคนร้ายได้แล้ว ส่วนในคดีของคนร้ายปล้นร้านบิ๊กซี สาขาสืบศิรินั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน รู้ทะเบียนรถจักรยานยนต์แล้ว โดยอยู่ระหว่างจัดชุดสืบสวนไล่ล่าจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอยู่ ซึ่งคาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้แน่นอน.