เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 22 ธันวาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. ได้รับรายงานการจับกุมผู้ต้องหาคดีน่าสนใจ จาก พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. กรณีที่ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.ต.นภัสพงษ์ ทัศนา สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ และ ร.ต.อ.พิสิทธิ์ เตชะ รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ พร้อมกำลังชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมนายกฤษณะ กิจจะ อายุ 37 ปี หรือในฉายา “โจรอวตาร” ตามหมายจับของศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ จ.997/2561 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2561 ในข้อหาฉ้อโกง ซึ่งสามารถจับกุมตัวได้คืนวันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา บริเวณหน้าบ้านเช่าบริเวณต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. ได้รับร้องเรียนจากประชาชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และในเขตต่างจังหวัดนับร้อยราย ว่า ได้ถูกนายกฤษณะ กิจจะ(ผู้ต้องหา) หลอกขายสินค้าผ่านหน้าเฟซบุ๊กหรือเพจขายของต่างๆ แต่พอตกลงซื้อขายกันแล้ว ลูกค้าโอนเงินให้เรียบร้อย นายกฤษณะ กิจจะ(ผู้ต้องหา) กับปิดเฟซบุ๊กหนีหายพร้อมกับเชิดเงินลูกค้านับร้อยหลาย โดยพฤติการณ์ของผู้ต้องหาส่วนใหญ่จะทำการเปิดเฟซบุ๊กไว้เปิดจำนวนหลายๆชื่อ หรือในกลุ่มคนที่เล่นโซเซียลจะเรียกกันว่า “อวตารเฟซบุ๊ก” พร้อมกับแฝงตัวในกลุ่มเพจซื้อขายสินค้าทุกประเภทไว้นับร้อยกลุ่ม จากนั้นก็จะไปก๊อปปี้รูปสินค้าต่างๆมาโพสหลอกขายสินค้าตามเฟซบุ๊กที่เปิดไว้หรือตามเพจขายสินค้าต่างๆในราคาที่ถูกแบบที่คนซื้อต้องหยุดคิด ซึ่งถ้ามีใครมาหลงกลซื้อขายและหลงเชื่อโอนเงินตามที่ผู้ต้องหาประกาศขายไว้ ผู้ต้องหาก็จะเชิดเงินหนีและปิดเฟซบุ๊กทิ้งหรือบล๊อคลูกค้าที่หลงเชื่อ โดยสินค้าส่วนใหญ่ที่ผู้ต้องหาตั้งราคาขายไว้มีตั้งแต่หลักร้อยบาทจนถึงหลักหมื่นบาท ซึ่งมูลค่าความเสียหายโดยรวมหลายแสนบาท
จากการสอบสวน นายกฤษณะ กิจจะ(ผู้ต้องหา) ให้การรับสารภาพว่า ตนเองได้กระทำจริงเพราะมีปัญหาเรื่องการเงิน จึงคิดสั้นหากินโดยวิธีนี้ ซึ่งตนเองก็จะโดยนำภาพสินค้าจากที่ต่างๆ มาลงขายในกลุ่มขายสินค้าต่างๆ โดยการสร้างเฟซบุ๊กขึ้นมาเมื่อมีการประกาศแจ้งเตือนในกลุ่ม ก็จะเปลี่ยนชื่อเฟซบุ๊กหรือสร้างเฟซบุ๊กใหม่มาแทนที่ ส่วนบัญชีที่ใช้ในการซื้อขายก็จะหมุนเวียนใช้บัญชีตัวเอง รวมทั้งบัญชีญาติหรือเพื่อนที่ตัวเองถืออยู่ ส่วนสาเหตุที่เลือกใช้วิธีนี้ เพราะจับจุดได้ว่า คนส่วนใหญ่หลอกง่าย ชอบของดีราคาถูก คนขายเป็นใครมาจากไหนไม่รู้ ไม่มีการตรวจสอบ ของถูกและดี เหยื่อส่วนใหญ่โอนทันที

จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 60 ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวกับนายคมกฤษณ์ ภู่เงิน มือกีตาร์วง “เซาท์พาราไดซ์” และนักแสดงนำภาพยนตร์เรื่อง “มหาลัยวัวชน” โดยพฤติการณ์ผู้ต้องหาได้ประกาศโพสขายรถจักรยานยนต์รุ่นเก่า และชุดกาแฟ ผ่านหน้าเพจประเภทขายของมือสองในเฟซบุ๊ก และผู้เสียหายได้หลงเชื่อสั่งซื้อพร้อมกับโอนเงินค่าสินค้าไปให้เป็นจำนวนเงินกว่า 4,000 บาท จากนั้นผู้ต้องหาปิดเฟซบุ๊กหนีและก็ไม่สามารถติดต่ออีกเลย
ด้าน พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้มีประวัติฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโซเซียลเป็นนับร้อยราย แต่ผู้เสียหายส่วนใหญ่ไม่เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหา เพราะอาจจะเกิดความอับอาย หรือจำนวนที่เสียหายไม่ได้มากนัก จึงไม่อยากที่จะแจ้งความดำเนินคดี เพราะจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมผู้ต้องหาพบมีเพียง 2 หมายจับเท่านั้นในคดีฉ้อโกง ดังนั้นอยากจะวอนถึงประชาชนที่ตกเป็นผู้เสียหายที่โดนฉ้อโกงในลักษณะนี้ ให้เดินทางเข้าแจ้งความทันที เพื่อที่ทางเจ้าหน้าตำรวจจะได้ดำเนินการจับกุม เพราะฉะนั้นแล้วถ้าไม่แจ้งความเอาผิดทันที พวกมิจฉาชีพเหล่านี้ก็จะย่ามใจก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวน สน.สายไหม ดำเนินคดีต่อไป ถ้าประชาชนท่านใดคิดว่าเคยตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหารายนี้ให้ไปแจ้งความเพิ่มเติมได้ที่ สน.สายไหม

