ความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์จากพนักงานขนเงินบริษัท สยามแอดมินนิสเทรทีฟ แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือแซมโก้ ได้เงินสดไป 8.8 ล้านบาท บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา(สบ10) พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.กิตติพงษ์ เงามุข รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบก.สส.ภ.2 และ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบรี ร่วมกันแถลงจับกุมนายอิทธิเดช หรือนายพรสวรรค์ หรือเก่ง โพธิ์มี อายุ 40 ปี ชาว จ.อุทัยธานี พร้อมเงินสด 5,895,100 บาท กระเป๋าเป้สีเขียว (ที่บรรจุเงิน) รถยนต์ฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว ทะเบียน ฎย 3201 กรุงเทพมหานคร (ใช้เงินที่ได้จากก่อเหตุซื้อมา) อาวุธปืนขนาด .38 SUPER พร้อมกระสุนปืน 33 นัด ซองบรรจุกระสุน 5 ซอง ซองใส่แม็กกาซีน 2 อัน ซองปืนหนังสีดำ 2 อัน เข็มขัดหนังสีดำสำหรับใช้พกปืน 1 เส้น ซองพกปืนแบบสะพายไหล่ 1 เส้น และยางรัดเงิน 25 เส้น ได้บริเวณลานจอดรถห้างเทสโก้โลตัส เอ็กซ์ตร้า หมู่ 13 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
พล.ต.ต.กิตติพงษ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด .38 SUPER และหัวกระสุนปืนตกอยู่ จึงตรวจสอบที่มาของอาวุธปืน รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีขาว น้ำเงินดำ ทะเบียน ฬกบ 183 กรุงเทพมหานคร พาหนะที่ผู้ต้องหาใช้ โดยพบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวผู้ต้องหาซื้อมาในราคา 6,000 บาท มีการสำรวจเส้นทางการก่อเหตุ 3 วันก่อนลงมือ และในช่วงปลายเดือนผู้ต้องหานำเงินไปซื้อรถยนต์ฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว ทะเบียน ฎย 3201 กรุงเทพมหานคร ราคา 550,000 บาท พร้อมทั้งนำเงินสด 5,900,000 บาท และอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเก็บไว้ที่ท้ายรถอีกด้วย
พล.ต.ต.กิตติพงษ์กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน และใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำความผิด มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และยิงปืนในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชนโดยใช่เหตุ
ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหารับว่าเลียนแบบพฤติการณ์ก่อเหตุมาจากโทรทัศน์ ศึกษาเหตุปล้นรถขนเงินเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ จ.ชลบุรี และวางแผนตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน ไปดูสถานที่ก่อเหตุ ตั้งแต่วันที่ 3-5 เมษายน ก่อนสบโอกาสลงมือ อยากฝากคดีดังกล่าวไว้เป็นอุทาหรณ์ เพราะไม่ว่าจะมีคดีอะไรเกิดขึ้นต้องจับคนร้ายให้ได้ อย่างกรณีนายอิทธิเดช เชื่อว่าถ้าเลือกก่อเหตุเช่นนี้แล้ว หากเจอเจ้าหน้าที่คงมีการต่อสู้แน่นอน กำชับเจ้าหน้าที่ทุกนายให้ระมัดระวังตัวขณะเข้าจับกุม
ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลหมายจับกับศูนย์ข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (POLICE DATA CENTER) ปรากฏว่าผู้ต้องหามีหมายจับ 4 หมาย คือ 1.ข้อหาร่วมกันมียาบ้าไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายของ สภ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร 2.ข้อหาพยายามฆ่า ของ สภ.เมืองพิจิตร 3.ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ของ สภ.เมืองพิจิตร และ 4.ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ของ สภ.ตะพานหิน จ.กำแพงเพชร
ส่วนคดียกตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริเวณหน้าสำนักงานเงินติดล้อศรีสวัสดิ์ สาขาถนนกิ่งแก้ว ปากซอยกิ่งแก้ว 22/1 เลขที่ 60 หมู่ 3 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อกลางดึกของวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตามจับตัวมาดำเนินคดีให้ได้ ฝากให้มีการปรับแผนงานป้องกัน เนื่องจากพัทยามีเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ในจังหวัดใกล้เคียง หรือในจังหวัดที่มีเหตุเกิดน้อยมาปฏิบัติหน้าที่ที่พัทยา เพื่อป้องกันการเกิดเหตุ เชื่อว่าถ้าในพื้นที่มีตำรวจเยอะ โอกาสจะเกิดเหตุก็ลดลง

