“อัยการปรเมศวร์” ไม่สนโดน ผกก.คันนายาว ร้องสอบวินัย ยันให้ความเห็นคุ้มครองสิทธิปชช. ตามรธน.

23.12.18 | 17:51 น.

“อัยการปรเมศวร์”ไม่สนโดน ผกก.คันนายาว ร้องสอบวินัย ยืนยันยังให้ความเห็น คุ้มครองสิทธิประชาชนอันทำได้ตามรัฐธรรมนูญ


เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม นาย ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ได้ชี้เเจงถึงกรณีที่พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาวเดินทางไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการอัยการอัยการสูงสุด (กอ.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี นาย ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ว่าจะเข้าข่ายละเมิด จริยธรรม และวินัย ของข้าราชการอัยการหรือไม่จาก กรณีที่ไปออกรายการทีวี ซึ่งการให้สัมภาษณ์นั้นมีเนื้อหาชี้นำคดี โจมตีการทำงานของพนักงานสอบสวนที่มีการเเจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาในคดี นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือพี่คล้าว 2018 ถูกตำรวจตำรวจ สน.คันนายาว แจ้ง 4 ข้อหา หลังเรี่ยไรเงินเพื่อนำไปซื้อควายเจ้าทองคำ ในราคา 100,000 บาท กับนายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า จ.ชัยนาท

ว่า การที่ตนให้ความเห็นดังกล่าวเป็นไปในนามส่วนตัวในฐานะครูกฎหมายที่ให้ความรู้ข้อกฎหมายที่จะเป็นการคุ้มครองสิทธิประชาชนซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับหนังสือเเจ้งหรือมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยจากทางสำนักงาน ก.อ. ซึ่งตนก็ไม่ได้มีความวิตกกังวลหากจะมีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ตนพร้อมที่จะเข้าชี้เเจง ซึ่งเรื่องที่ตนพูดออกรายการไม่ใช่ในฐานะอัยการเป็นในนามส่วนตัวอาจารย์สอนกฎหมาย จะเห็นได้จากในรายการก็จะมีเเทนคำที่ใช้ว่า”อาจารย์” ทุกครั้ง เเละ เรื่องที่พูดถึงคดีนายสุรัตน์ก็เป็นเรื่องของข้อกฎหมายเเละขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการควบคุมตัวเเละการออกหมายจับที่ควรจะต้องมีการสอบสวนให้ได้ความกระจ่างก่อนที่จะดำเนินการ ซึ่งกรณีของนายสุรัตน์เป็นการเปิดรับบริจากเพื่อซื้อควายจริง เเต่กลับมีการเเจ้งข้อกล่าวหาหลายอย่าง ที่มีรายละเอียดหลายเรื่องที่ตนไม่เห็นด้วยทางกฎหมาย อย่างเรื่องฟอกเงิน ซึ่งตนชี้ให้เห็นว่าเหมาะสมหรือไม่ ส่วน ประเด็นที่บอกว่าตนไปว่า พนักงานสอบสวนนั้น”ไร้สติ” ต้องดูว่าคำนี้หมายถึงการจะพิจารณาเเจ้งข้อกล่าวหาต้องกระทำอย่างมีสติรอบคอบ มีการพิจารณาพยานหลักฐานให้ครบถ้วน ถ้อยคำดังกล่าวไม่ใช่การหมิ่นประมาท ถ้าหากจะมีการเเจ้งความตนในเรื่องนี้ ตนก็พร้อมที่จะสู้คดีเชิญ
ได้เลย

นาย ปรเมศวร์ ยังระบุอีกว่า การพูดออกรายการของตนเเต่ละครั้งเป็นการพูดในข้อกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน รวมถึงคู่ความทั้งสองฝ่าย ที่เราต้องกระทำเพื่อประชาชน ตนไม่ใช่คนที่ไปทำคดี เเล้วออกมาพูด ทุกเรื่องเป็นการให้ความรู้ในเเง่มุมกฎหมายเพื่อสิทธิของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นคดีเสือดำหรือล็อตเตอรี่ 30ล้าน ส่วนที่จะมีการอ้างความเห็นของตนในรายการไปเป็นพยานหลักฐานนั้นก็เชิญ เเล้วเเต่เขา อย่างคดีเสือดำที่มีการเอาความเห็นตนไปอ้างเป็นพยานตนก็เห็นว่าไม่ใช่เรื่องจำ เป็นเพราะตนไม่ใช่ประจักษ์พยานศาลท่านก็คงเข้าใจในจุดนี้ ตลอดที่ผ่านมาเราพูดเเต่ในเเง่ข้อกฎหมาย โดยยกตัวอย่างจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พูดเเล้วก็จบ ส่วนที่ พ.ต.อ.สิงห์ พูดมาตนก็ไม่อยากไปต่อความยาว เเต่ก็ยังยืนยันว่ายังสามารถที่จะให้ความเห็นทางกฎหมายอันเป็นการวิพากต์วิจารณ์โดยสุจริตตามที่รัฐธรรมนูญให้ความรับรองไว้เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนต่อไป

Advertisement

“ทุกวันนี้ก็มีพนักงานสอบสวนโทรมาปรึกษาหารือข้อกฎหมายซึ่งตนก็คอยช่วยในฐานะอาจารย์สินกฎหมายก็ทีพนักงานสอบสวนให้กำลังใจตนผมเป็นจำนวนมากไม่ได้มีความวิตก”นาย ปรเมศวร์ระบุ