เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 ธันวาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผกก.2 บก.ป. อำนวยการให้ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป. จับกุมตัว นายมณเฑียร หรือ หมู โตขำ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/1 ซ.ศรีสงวน แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. ตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ 516/2561 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2561 ในข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ,พาบุคคลอายุไม่เกิน 13 ปี ไปจากเพื่อการอนาจาร ,พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร, โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าพลัมคอนโด เซ็นทรัล สเตชั่น เฟส 1 ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงกลางปี 2561 ที่ผ๋านมา นายมณเฑียร หรือ พระหมูผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งขณะนั้นบวชเป็นพระอยู่ที่วัดสามกอ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.สามกอ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งถือเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของจ.พระนครศรีอยุธยา ได้เข้ามายื่นหนังสือร้องเรียนกับทางกองบังคับการปราบปราม และหน่วยงานอื่นๆอีกหลายหน่วยงาน เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบพฤติกรรมของพระบอย นามสมมุติ พระลูกวัดของวัดสามกอ และครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เสนา โดยอ้างว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ล่อลวง ด.ช.เอ นามสมมุติ อายุ 11 ปี ไปข่มขืนกระทำชำเรา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสพร้อมกับสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ
ทั้งนี้หลังจากที่มีการสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้องรวมถึงตัวของ ด.ช.เอ ผู้เสียหาย ปรากฏว่า ผู้ที่เป็นคนลงมือก่อเหตุกลับกลายเป็น นายมณเฑียร หรือ พระหมู เสียเอง โดยจากการสืบสวนสอบสวนพบว่า ด.ช.เอ เคยถูกพระหมู บังคับข่มขืนมาแล้วจำนวน 21 ครั้ง ส่วนพระบอย และ ครู ผู้ที่ถูกร้องเรียนนั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีพฤติกรรมดังกล่าวตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด ส่วนการที่พระหมูผู้ต้องหารายนี้ไปยื่นหนังสือร้องทุกข์ตามหน่วยงานต่างๆเนื่องจากไม่พอใจที่พระบอยมีอำนาจในการบริหารจัดการเรื่องต่างๆภายในวัดสามกอ ขณะที่ทางด้านครู ผู้ที่ถูกกล่าวหาอีกคนนั้นเองเคยมีเรื่องบาดหมางกับพระหมูมาก่อน จึงเป็นเหตุให้ต้องทำการกลั่นแกล้งดังกล่าวเพื่อบีบให้ทั้ง 2 คนออกจากพื้นที่ อ.เสนา อย่างไรก็ตามหลังจากทราบข้อเท็จจริงแล้วทางด้านผู้ปกครองของ ด.ช.เอ ก็ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าแจ้งความกับทาง สภ.เสนา เพื่อเอาผิดกับ พระหมู จนกระทั่งมีการออกหมายจับดังกล่าว
ต่อมาภายหลังจากที่พระหมูทราบเรื่องว่าความจริงถูกเปิดเผย ก็ได้ไหวตัวทัน รีบชิงหลบหนีออกจากวัดไปเสียก่อนโดยที่ยังไม่มีการลาสิกขาจากความเป็นพระแต่อย่างใด จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบว่าภายหลังจากเกิดเรื่องนายมณเฑียร หรือ พระหมู ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีมาทำงานเป็นหัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือ หัวหน้ายาม อยู่ที่ พลัมคอนโด เซ็นทรัล สเตชั่น ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จึงนำกำลังเข้าไปทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบสวน นายมณเฑียร ยังคงให้การปฏิเสธและขอให้การชั้นศาลเพียงเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัติพบว่านายมณเฑียร เคยถูกจับดำเนินคดีในข้อหาพยายามฆ่า พื้นที่ สน.พหลโยธิน กทม. ก่อนจะพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนเมษายน 2561 จากนั้นนั้นจึงไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เสนา เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

