แม่เด็ก2 ขวบ”ไม่เชื่อลูกเข้าไปไร่อ้อยเอง หมอพรทิพย์! ชี้กระบวนการสอบสวนไทยมีปัญหา

27.12.18 | 17:45 น.

            ยังคงเป็นปริศนาที่ค้างคาใจ เมื่อพบศพ เด็กชายซูลุยพิว ชาวเมียนมา วัย 2 ขวบ 1 เดือน หลังจากหายตัวเข้าไปในไร่อ้อยตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม จนถูกพบเป็นศพ แต่ครอบครัวยังสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิต ล่าสุดรายการ “โหนกระแส” วันที่ 27 ธ.ค.  ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์- เวลา 13.30-14.10 น. ทางช่อง 28 ได้เชิญ คุณแม่มอมอลวน, คุณพิว (ล่ามแปลภาษา) ผู้ใหญ่บ้าน สง่า สระศรีสม, กำนันไพรฑูรณ์ แก้วบัวดี และ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ กรรมการปฎิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม มาเปิดใจถึงเรื่องนี้


หตุการ์ที่เกิดขึ้นวันที่ 17 ธันวาคมมันเกิดอะไรขึ้นครับ

คุณแม่ “วันที่เกิดพ่อแม่ทำงานตัดอ้อยอยู่ เด็กก็เล่นกันอยู่ จนได้ยินเสียงลูกชายร้อง พ่อเด็กถามว่าลูกอยู่ไหน พ่อเด็กวิ่งไปดูที่บ้านเก่าๆ หลังนึงก็ไม่มี เลยวิ่งกลับมาหาแม่ ซึ่งปกติก็มีรถไถอยู่คันนึงก็ไปดูแถวนั้น ปรากฏว่ารถไถก็หายไป”

ได้มีการถามเพื่อนๆ ลูกมั้ยว่า ลูกหายไปไหน เห็นใครเอาลูกชายไปมั้ย

Advertisement

คุณแม่ “ได้คุยกับผู้หญิงที่เล่นด้วยกัน จูงมือเด็กผู้หญิงแล้วเดินไปชี้จุด ไปชี้ที่รถไถก่อน จากนั้นก็ไปชี้ตามทาง เด็กหญิงบอกมีคนจูงมือน้องไป”

ย้ำอีกทีนึงได้มั้ยว่าเด็กหญิงพูดแบบนั้นจริงหรือเปล่า

คุณแม่ “มีน้าคนหนึ่งดึงไปเด็กผู้หญิงบอกแบบนี้ ก็เอารูปในโทรศัพท์ให้เด็กผู้หญิงดู เขากลัว เขาก็ร้องไห้ ”

หลังจากที่น้องหายไป 9 วันสุดท้ายเสียชีวิตแล้ว ที่คุณแม่เห็นศพแล้วติดใจบาดแผลตรงไหนบ้าง

คุณแม่ “ไม่มีโอกาสได้เข้าไปดูที่เกิดเหตุ ได้ไปดูที่โรงพยาบาล พอไปเห็นแล้ว ตรงหน้าก็มีบาดแผลด้วย ขาข้างขวาหลุดออกไป น่าจะโดนอะไรสักอย่าง”

ผู้ใหญ่ครับเรื่องนี้ เบื้องต้นเขาบอกว่าเด็กเดินไปเองหรือเปล่า ผู้ใหญ่มองว่าไง

ผู้ใหญ่ “มันก็แปลกๆ อยู่นะครับ มันมองไม่ออก คนให้การมันเยอะ พูดกันเยอะ ผมก็งง ที่ผมติดตามเรื่องคือ รู้แค่ว่าเด็กหายแล้วช่วยติดตาม ไปดูศพมา มันเน่าแล้ว หลุดหมด เรื่องบาดแผลผมไม่ถนัดมาก ก็เห็นเป็นรอยอยู่แล้ว ทางที่เด็กไปเดินตรงนั้นต้องใช้เวลา ก็ต้องมีใบอ้อยบาดบ้าง แต่สภาพศพตอนนั้นเราไม่สามารถดูได้ว่ามีหรือไม่มี”

ในกรณีขอระยะจุดที่น้องเล่นอยู่กับที่ไปพบศพมันกี่กิโลกันแน่

ผู้ใหญ่ “ถ้าทางตรง หรือทางอากาศไม่น่าจะเกิน 2 กิโล แต่ความเป็นจริงไกลอยู่เหมือนกัน ถามว่าเด็กจะเดินไปได้มั้ยก็ยากลำบากอยู่นะ เพราะต้องฝ่าดงอ้อยไป”

ตอนที่เด็กนั่งเล่นอยู่ เล่นอยู่ริมถนนหรือในไร่อ้อย

คุณแม่ “ริมถนน ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าไปในไร่อ้อย เพราะเดินยังจะล้มเลย เป็นไปไม่ได้ถ้าเด็กจะเดินไป”

ผู้ใหญ่คิดว่ายังไง เด็กเดินไปได้มั้ย

ผู้ใหญ่ “ถ้าเดินไปในไร่อ้อย เป็นไปไม่ได้ ถ้าเดินตามถนนที่เขาทำไว้มีสิทธิ์เดินได้”

กำนัน “มันต้องมีข้ามคูน้ำไปด้วย เป็นคูคู่ขนานกันไป ซึ่งเด็กน่าจะเดินไปยาก”

เรื่องนี้คุณหญิงว่ายังไงครับ

คุณหญิงพรทิพย์ “เรื่องการรวบรวมหลักฐาน การรวบรวมพยานหลักฐาน มีส่วนของพยานบุคคล และส่วนพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พยานบุคคลให้ข้อมูลไม่ใช่แค่แม่เท่านั้น แต่มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิก็พูดเช่นนี้ ข้อมูลตัวนี้ก็ต้องไปทำการวิเคราะห์ก่อน หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ต้องดูจุดที่พบศพก่อน หลักการเวลาเข้า ต้องมองไกล กลาง ใกล้ เพราะการมองไกล จะทำให้มองเห็นว่าเข้าไปได้ยังไง เข้าไปทางไหน แต่เราไม่ทราบว่าเขาได้ทำเช่นนั้นมั้ย ไกล กลาง ใกล้ พยานหลักฐานมีทั้งในตัวศพ และที่อยู่รอบๆ สิ่งที่แม่ ร่าม พูดถึง เขาก็เห็นสภาพเน่า สภาพที่เหมือนงอตัวอยู่ มีรองเท้า มีของเล่น สิ่งเหล่านี้เป็นพยานที่เอาตั้งประเด็น ส่วนของศพมี 6 ข้อ ข้อ 1 ที่ไม่ต้องตั้งคือรู้แล้วว่าเป็นเด็ก 6 ข้อ นี่คือเด็กตายเป็นอะไร ที่บอกขาดหายใจ อันนั้นเป็นกลไกการตายคะ สาเหตุยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น การที่บอกว่าขาดอากาศ มันเป็นคำกว้างมาก อาจจะเป็นอย่างที่ทุกคนสงสัย โดนกระแทกอะไรมา ต้องมีการวัดระยะ ว่าเด็กไปไกลหรือใก้ล ซึ่งการเดินไปหลงป่าสบายมาก ผู้ใหญ่ก็หลงตายกันเยอะแล้วเหมือนกัน แต่ว่าเด็กไม่เหมือนกัน อันที่ 3 เวลาตาย มันบอกยากมาก เอาอะไรมาบอก ตรงนี้ต้องใช้ความรู้ทางนิติเวชชัดๆ เลย อันที่ 4 สถานที่ตาย ตรงนี้ใช่มั้ยที่เขาเสียชีวิต ของกรณีนี้ก็มีให้คิดว่าเสียตรงนี้หรือเสียที่อื่น อันดับ 5 ถูกกระทำ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติหรือใครทำ หลักฐานอะไรจะบอกได้มั้ยว่าใครเป็นผู้กระทำ อันนี้คือท่อนแรก การส่งศพไปพิสูจน์ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายและคำตอบเดียว ไม่ใช่ไปดูศพแล้วไม่เจอแผลก็สรุปว่าตายเอง มันยังมีสิ่งที่ดู ข้อจำกัดของการพิสูจน์อันนี้ คือ มันมาภาพเน่า บาดแผลที่พบ มีแน่นอน แต่ละคนต้องประเมินว่าเป็นแผลก่อนต่ายหรือหลังตาย ซึ่งคุณหมอไม่ได้พูดไง มันเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน แต่พนักสอบสวนไม่ได้พูด ผู้บังคับบัญชาพูด เราไม่รู้ว่าเป็นเกมส์กระซิบหรือเปล่า คนแรกว่าแบบนี้ คนต่อไปฟังไปก็อาจจะมีการผิดเพี้ยน เราต้องย้อนกลับไปที่ 5 ข้อที่บอกว่า แล้วทำเหมือนการต่อจิ๊กซอ ไม่ใช่ว่าเห็นศพแล้วไม่เอาอย่างอื่นแล้ว มันจำเป็นต้องดูให้ครบ ตอบโจทย์ให้ได้ทั้งหมด ที่สำคัญไม่ควรตำหนิพ่อแม่ การตายทั้งหลายเป็นเรื่องของการตกเป็นเหยื่อ เขามีสิทธิ์ที่จะรับรู้เข้าถึงขบวนการยุติธรรม ก็ต้องให้เขาเป็นธรรม บังเอิญว่าเขาพูดไทยไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ขาดอยู่ถือว่าสำคัญ”

ถ้าเราพูดกันแบบชาวบ้าน คุณหญิงเองมีประสบการณ์ทางนี้เยอะมาก ถามตรงๆ น่าสงสัยมั้ย

คุณหญิงพรทิพย์ “สงสัยแน่นอน แต่สงสัยบนเงื่อนไข จริงเหรอ 2 กิโล จริงเหรอ 5 กิโล ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่เอาข้อมูลตรงนี้มาให้ ถ้ามันไม่ใช่ปุ๊บมันก็เบาไปเยอะ ถ้ามันไม่กี่ร้อยเมตรก็เป็นไปได้ที่เด็กจะเดินไปแล้วเสียชีวิต แต่ประเด็นคือเขาได้ทำการตรวจแล้วดูภาพใหญ่หรือเปล่า มีเจ้าหน้าที่ตอบโจทย์ได้มั้ยว่าจุดพบศพอยู่ห่างจากจุดที่หายตัวไปกี่เมตรกันแน่ เงียบสนิทยังไม่มีเลย เพราะถ้าใช้หลักบานเหล่านี้มันชัดกว่าการบอกเล่าของคน พวกเราก็ประเมินเอา แต่ถ้าวัดมันจะนิ่งขึ้น ถ้าบอกว่าห่าง 2 กิโล โดยส่วนตัวยากมาก ยิ่งได้ทราบวันนี้อีกว่ามีคู่น้ำอีก คู่น้ำก็ไม่ใช่ 50 เซ็น ต้องลึกกว่านั้น กว่า 2 เมตร ซึ่งธรรมชาติเด็กเดินมาด้วยความหวาดกลัว ก็ไหม่คิดว่าเด็กจะกล้า ต้องดูความน่าจะเป็นต้องเอามาประกอบทั้งหมด”

ในมุมของเล่นของน้อง ของเล่นที่เจอในจุดเกิดเหตุกับรองเท้า สรุปไม่ใช่ของน้องเหรอ

คุณแม่ “แม่ไม่ได้ซื้อมาให้ แม่ไม่เคยซื้อให้ รองเท้า กับหมวกเป็นของลูก ทำไมตอนที่พบศพน้องไม่ยอมให้พ่อกับแม่ไปดูด้วย เราก็อยากดูว่าลูกนอนยังไงท่าไหน จริงๆ พื้นที่จุดนั้นเจ้าหน้าที่ก็เคยค้นหามาแล้ว ทำไมไม่เจอ ทำไมต้องมาเจอวันนี้ น่าจะตายจากที่อื่นแล้วเอาศพมาทิ้งไว้ ถ้าตายที่นี้ต้องเหม็นด้วย”

คุณหญิงพรทิพย์ “จริงๆ ก็อยากจะสืบออกสื่อแบบนี้ มันสะท้อนว่าการรวบรวมหลักฐานกระบวนสอบสวนของไทยมีปัญหาแน่นอน สิ่งที่ตอบคำถามแบบนี้มันจำเป็นต้องเกิดมาจากเจ้าหน้าที่ ในความเป็นจริงเจ้าหน้าที่อาจจะตั้งคำถามแล้วแต่ไม่มีใครรู้ ที่เราฟังทั้งหมด ผู้บังคับบัญชาออกมาให้ข่าว ไม่ใช่คุณหมอ ไม่ใช่พนักงานสอบสวน ถ้าถามว่าจริงๆ หลักสากลไม่ผิดเลยที่ญาติจะตั้งคำคำถาม มันเป็นสิทธิ์ของญาติ ตรวจสอบซึ่งกันและกัน คำถามเหล่านี้พนักงานสอบสวนต้องตอบ อย่างน้อยการตอบก็คลายความสงสัยอย่างครบถ้วน”

ผมถามกำนันกับผู้ใหญ่ตกลงแล้วเจ้าร่องน้ำตรงนั้นกว้างเท่าไหร่ ลึกเท่าไหร่

กำนัน “กวาง 2 เมตร ลึกประมาณเมตรครึ่ง ถ้าเด็กลงไปปีนขึ้นมาไม่ได้อยู่แล้ว”

คุณหญิงพรทิพย์ “นี่ก็เป็นหลักฐานที่มันไม่กระจ่าง ถ้าถามว่าข้อแนะนำควรทำยังไง ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสิทธิ์ขั้นพื้นฐานเป็นพึงต้องเข้าถึงข้อมูล พนักงานสอบสวนต้องเปลี่ยนท่าทีที่ไม่เป็นมิตร เปิดเผยกับญาติ สองเป็นข้อแนะนนำให้ติดต่อสถานฑูต เขาก็จะเป็นตัวแทนที่ชอบทำ แม้เราจะเข้าเมืองแบบผิดกฏหมายก็ตาม สถานฑูตมีสิทธิ์ที่เข้ามาดูแล และเขาก็มีสิทธิ์ที่จะตั้งทนาย ทนายก็มีสิทธิ์ขอข้อมูล ความโปร่งใสต้องมี สิทธิ์การข้อดูข้อมูลต้องมี พรุ่งนี้เขาต้องได้ข้อมูล”