อัยการ ลงนาม MOU กรมบังคับคดี และกลต. เเล้วเตรียมสืบทรัพย์พวกเหนียวหนี้ ไม่จ่ายค่าปรับตามคำพิพากษา รักษาผลประโยชน์ของรัฐ
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 28 ธันวาคม ที่ห้องประชุม 1201 ชั้น 12 สำนักงานคณะกรรมการการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ถนนวิภาวดีรังสิต โดยนายชาตรี สุวรรณิน อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือเพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีกับผู้กระทำความผิด ระหว่าง นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี และนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
โดยนายชาตรี กล่าวว่า สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด มีภารกิจในการรักษาผลประโยชน์ของรัฐมีความสำคัญในการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีกับผู้ต้องโทษปรับในคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29/1 ,การบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกัน ,การบังคับคดีแพ่ง และคดีปกครองแทนรัฐบาล
หรือหน่วยงานของรัฐที่พนักงานอัยการรับดำเนินคดีให้มีระบบฐานข้อมูลลูกหนี้ตามคำพิพากษา งานตรวจสอบสถานะและทรัพย์สิน

โดยคำสั่งของพนักงานอัยการในการขอให้ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สิน ถือเป็นคำบังคับของพนักงานอัยการตามประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ ตามที่พระราชบัญญัติองค์การอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 16 มาตรา 18 และมาตรา 23 กำหนดไว้ผู้ฝ่าฝืนอาจได้รับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 168 หรือมาตรา 169 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การพัฒนางานด้านการบังคับคดีนั้น มีความจำเป็นต้องมีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้ได้ฐานข้อมูลที่กว้างขวางและครอบคลุมมากขึ้น ดังนั้น การบรรลุข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งที่จะส่งผลให้การพัฒนางานบังคับคดีในคดีรักษาผลประโยชน์ของรัฐ การยับยั้ง และปราบปรามผู้กระทำความผิดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเสริมสร้างความเชื่อมั่น แก่ประชาชนในตลาดทุน อันจะทำให้รัฐได้รับประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจจากการดำเนินคดีอย่างเป็นรูปธรรม ต่อไป


