รอบปี 2561 ที่ผ่านมา ศาลยุติธรรมได้มีการพิจารณาพิพากษาคดีเป็นจำนวนมากทาง “มติชน” จึงได้เลือกเฟ้นเอาผลคำพิพากษาในคดีอาญาที่น่าสนใจจากบุคคลที่มีชื่อเสียง ในปี 2561 มาให้ผู้อ่านได้รีรันกันอีกรอบ ซึ่งมีทั้งคดีที่ถึงที่สุดแล้วและก็บางคดีที่ยังต้องติดตามผลกันในศาลสูงต่อไปอีก 10 คดีดังนี้
1. ‘ไซซะนะ’ เจ้าพ่อค้ายาโดนคุกตลอดชีวิต
20 มีนาคม ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อย.1642/2560 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายไซซะนะ แก้วพิมพา อายุ 42 ปี นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ชาวลาว เป็นจำเลย ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำเกี่ยวกับยาเสพติด, ร่วมกันนำเข้ายาบ้าซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเบิกความปฏิบัติหน้าที่ ไม่รู้จัก ไม่มีเหตุโกรธเคืองจำเลยมาก่อน เชื่อว่าพยานโจทก์เบิกความตามจริงจำเลยที่ 1-4 ในคดีหมายเลขดำ อย.5837/2559 ได้เบิกความสอดคล้องกันในการขนยาเสพติด ยากแก่การปั้นแต่ง ทั้งตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์และไลน์ของจำเลยพบว่ามีการติดต่อกับพวกเรื่องการขนยาเสพติดการโอนเงินเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกับขบวนการค้ายา พิพากษาให้ประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ลดโทษ 1 ใน 3 ให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิต?
2. คุก ‘ปึ้ง’ ออกพาสปอร์ตให้ ‘ทักษิณ’
19 มิถุนายน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อม.51/2560 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลย ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ป.อาญา 157 กรณี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดที่ออกหนังสือเดินทางให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกออกหมายจับในคดีร่วมกับกลุ่ม นปช. ก่อการร้าย และคดีอื่นๆ ขัดต่อระเบียบข้อบังคับกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทางโดยองค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมาก พิเคราะห์พยานหลักฐานเห็นว่าจำเลยมีเจตนาช่วยเหลือผู้กระทำผิดให้หลบหนีคำพิพากษาจึงพิพากษาจำคุกนายสุรพงษ์ ในความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 123/1 จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ภายหลังศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวนายสุรพงษ์ ตีราคาประกัน 5 ล้านบาท คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ตามกฎหมายใหม่ พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นได้รับอนุญาต
3. ‘ชูวิทย์’ คุก 1 เดือน ไม่ยื่นหุ้นภัตตาคาร
21 มิถุนายน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง อ่านคำพากษาในคดีที่ ป.ป.ช.ยื่นฟ้อง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินร่วมลงทุนภัตตาคารแห่งหนึ่ง มูลค่า 150,000 บาท ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 34, 119 และขอให้ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปี โดยนายชูวิทย์ให้การรับสารภาพ พร้อมแถลง ไม่ได้เจตนาปกปิดการรายงานหุ้น เนื่องจากเข้าใจว่าไม่ต้องรายงานทรัพย์สินดังกล่าว ขอให้ศาลพิจารณาโทษสถานเบา ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหามีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง คู่สมรสฯ แก่ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาเคยยื่นบัญชีฯในการดำรงตำแหน่ง ส.ส. ครั้งที่ 1 และ 2 มาแล้ว ย่อมทราบดีว่ามีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินแต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงเงินลงทุนกับภัตตาคารแห่งหนึ่ง พฤติการณ์จึงเชื่อว่ามีเจตนาไม่แสดงรายการทรัพย์สินดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องปฏิบัติ เพื่อใช้ตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาว่านายชูวิทย์จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบห้ามผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2556 ลงโทษจำคุก 2 เดือน รับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 1 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาพ้นโทษไม่เกิน 5 ปี ไม่อาจรอการลงโทษ ปัจจุบันนายชูวิทย์ได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้ว
4. ยกฟ้อง ‘หมอนิ่ม’ จ้างวานฆ่า ‘เอ็กซ์’-ประหารแม่
7 สิงหาคม ศาลจังหวัดมีนบุรีอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่อัยการศาลจังหวัดมีนบุรีเป็นโจทก์ฟ้อง นายจีรศักดิ์ หรือจี กลิ่นคล้าย มือปืน, น.ส.สุรางค์ ดวงจินดา อายุ 76 ปี, พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม ภู่เจริญยศ, นายสันติ หรืออิ๊ด ทองเสม ทนายความ และนายธวัชชัย หรืออ้น เพชรโชติ คนขี่จักรยานยนต์เป็นจำเลย 1-5 คดีจ้างวานฆ่านายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักยิงปืนทีมชาติ
กรณีเมื่อระหว่างเดือนสิงหาคม – 19 ตุลาคม 2556 จำเลยที่ 2-4 ร่วมกันจ้างวานให้จำเลยที่ 1 กับพวกที่หลบหนี ใชัอาวุธปืนยิงนายจักรกฤษณ์ตามร่างกายหลายนัดจนถึงแก่ความตาย บริเวณหน้าวัดบางเพ็งใต้
ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตสถานเดียว หมอนิ่ม และนายสันติ หรือทนายอิ๊ด ส่วนคนขี่จักรยานยนต์ และมือปืนให้จำคุกตลอดชีวิต ส่วน น.ส.สุรางค์ให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมฯ เห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่า น.ส.สุรางค์ จำเลยที่ 2 มารดาของ พญ.นิธิวดี จำเลยที่ 3 เป็นผู้จ้างวานให้นายสมจิตร หรือทนายอิ๊ด ติดต่อให้นายจีรศักดิ์ จำเลยที่ 1 มือปืน และนายธวัชชัย จำเลยที่ 4 คนขับจักรยานยนต์ยิงผู้ตายจริง เนื่องจาก น.ส.สุรางค์ยังโกรธแค้นที่ผู้ตายทำร้ายร่างกายบุตรสาวและหลานสาวได้รับบาดเจ็บหลายครั้ง ส่วน พญ.นิธิวดี ศาลเห็นว่าก่อนเกิดเหตุความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดี มีความรักต่อกัน มีเพศสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา พยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษาแก้ยกฟ้อง แต่ให้ประหารชีวิต น.ส.สุรางค์ จำเลยที่ 2 เเต่
คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ตลอดชีวิต และให้ร่วมชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำนวน 2.5 ล้านบาท ร่วมกับจำเลยที่ 1, 4 และ 5 ที่ให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
5. คุก 114 ปี ‘อดีตหลวงปู่เณรคำ’ ฉ้อโกง
9 สิงหาคม ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2341/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวิรพล สุขผล อายุ 39 ปี อดีตหลวงปู่เณรคำ อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีจำเลยอาศัยความเป็นพระภิกษุ ในฐานะประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ หลอกลวงว่า จำเลยนิมิต (ฝัน) พบองค์อินทร์ขอให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก และสร้างมหาวิหารครอบองค์พระ จนมีผู้เสียหาย 29 ราย หลงเชื่อว่าเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เข้าร่วมบริจาคเงินและทรัพย์สินทั้งสิ้น 28,649,553 บาท แล้วจำเลยโอนเงิน 1,130,000 บาท ที่ได้ไปซื้อรถยนต์โดยทุจริต ทั้งที่ความจริงแล้วจำเลยมิได้ก่อสร้างใดๆ เลย ศาลพิเคราะห์เห็นว่าการกระทำเป็นการอ้างเท็จเพื่อให้ได้ทรัพย์สินจากบุคคลและผู้เสียหาย ซึ่งเข้าข่ายแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ การกระทำของจำเลยเป็นความผิด พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เป็นความผิดหลายกรรม ลงโทษทุกกรรม จำคุกฐานฉ้อโกงประชาชน รวม 29 กระทง กระทงละ 3 ปี รวม 87 ปี, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 3 ปี และความผิดฐานฟอก รวม 12 กระทง กระทงละ 2 ปี เป็นเวลา 24 ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 114 ปี ตามกฎหมายจำคุกได้สูงสุด 20 ปี พร้อมให้ชดใช้เงินกับผู้เสียหายกับ 29 ราย ปัจจุบัน นายวิรพลถูกคุมตัวในเรือนจำ
6. ‘เสก โลโซ’ ร็อกเกอร์ดังเสพยา-ปืนขู่พนักงานเจอคุก
25 ตุลาคม ศาลจังหวัดมีนบุรีนัดพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 12 (มีนบุรี) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง “นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย” หรือเสก โลโซ ศิลปินร็อกเกอร์ชื่อดัง เป็นจำเลยในความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่ฯ, เสพยาเสพติด และมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำเลยได้มีอาวุธปืนพกออโตเมติก ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก และกระสุน 6 นัด และเสพเมทแอมเฟตามีน กับเสพ 3, 4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน เข้าสู่ร่างกาย โดยจำเลยยังต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานยืนยันถึงขั้นตอนขอออกหมายค้น และการแสดงหมายค้นของศาลจังหวัดมีน กับหมายจับคดีอาวุธปืนฯของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชและผลการตรวจปัสสาวะมีสารเสพติด จึงพิพากษาว่าการกระทำเป็นความผิดทั้ง 3 ข้อหา ให้จำคุกตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 1 ปี รับสารภาพลดโทษเหลือ 6 เดือน, ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยขู่เข็ญว่าจะประทุษร้ายโดยมีอาวุธปืน ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน และฐานเสพยาฯ จำคุกอีก 6 เดือน รวมจำคุกคดีนี้ทั้งสิ้น เป็น 1 ปี 18 เดือน และให้บวกโทษของศาลอาญาคดีทำร้ายร่างกายสาวคนสนิทอดีตภรรยาอีก 1 ปี 3 เดือน เป็นจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 2 ปี 21 เดือน ให้นับโทษจำเลยต่อจากคดี พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วย คดีนี้เสกได้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์
7. คุก 1 ปี ‘พุทธะอิสระ’ ทำร้ายสันติบาลในม็อบ กปปส.
29 ตุลาคม ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2499/2561 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อายุ 59 ปี หรืออดีตพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อดีตแกนนำ กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ เป็นจำเลยในความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร หน่วงเหนี่ยวกักขังฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309, 310
กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 – 1 พฤษภาคม 2557 จำเลยกับพวกร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มีพฤติการณ์เป็นอั้งยี่ซ่องโจร เป็นหัวหน้าผู้สั่งการกลุ่ม กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ โดยปลุกระดม ยุยง ชักชวนประชาชน และแนวร่วมเพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ส. เข้ายึดหน่วยงานและสถานที่ราชการหลายแห่ง โดยร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ใช้กำลังประทุษร้าย ร.ต.ต.สมคิด เชยกมล กับ ด.ต.วชิรพงศ์ อุ่นนวลบูรพงศ์ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลได้รับบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินรวม 8 รายการ มูลค่า 60,900 บาท สูญหาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ เป็นโทษหนักสุดให้จำคุก 3 ปี ให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะพินิจแล้ว เห็นว่าจำเลยวางเงินชดใช้กับผู้เสียหายทั้งสองแล้ว จำนวน 40,000 บาท จนไม่ติดใจเอาความ ทั้งไม่เคยได้รับโทษคดีอาญามาก่อน ให้รอการลงโทษ 1 ปี โดยก่อนที่จะมีคำพิพากษาในชั้นฝากขังช่วงแรกนายสุวิทย์ไม่ได้รับการประกันตัวเป็นเหตุให้ถูกสึกขาดจากความเป็นพระ
8. คุก ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ สามีนางเอกดัง รวมฟอกเงิน
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2561 ศาลอ่านคำพิพากษาคดี ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายอัครกิตต์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง อายุ 31 ปี นายสรรเสริญ หรือเน็ต รสานนท์ อายุ 26 ปี และ น.ส.อังสุพร หรืออุ้ม อินา อายุ 29 ปี ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานผิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 พ.ร.บ.มาตรการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ป.อาญา มาตรา 83, 91
กรณีช่วงเดือนพฤศจิกายน 2559 -2 กุมภาพันธ์ 2560 จำเลยกับพวกสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปวางแผน แบ่งหน้าที่กันทำจัดหา ลำเลียงยาบ้า 140,000 เม็ด ไอซ์ 19 กก.เศษ ส่งให้ลูกค้าและเครือข่าย รวมทั้งจัดการด้านการเงินซื้อ-ขายยาเสพติดโดยจำเลย 1-3 เปิดบัญชีธนาคารฝาก-ถอน โอนเงิน กับนายณัฐพล หรือบอย นาคคำ ที่ศาลพิพากษาลงโทษแล้ว นายณัฐพลได้โอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยที่ 1 ประมาณ 50 ครั้ง จำนวน 10 ล้านบาทเศษ โดยศาลเห็นว่าจำเลยที่ 1 มีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องบอย นาคคำ กว่า 30 ครั้ง ที่อ้างว่ามีการทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ลัมโบร์กีนีราคาหลายล้าน ก็ยังไม่ชัดว่าเป็นการซื้อโดยครอบครองและใช้เองทั้งหมดจริงหรือไม่ พิพากษาให้จำคุก 8 ปี นายอัครกิตต์ จำเลยที่ 1 ฐานร่วมกันฟอกเงินเกี่ยวกับยาเสพติดแต่ให้ยกฟ้องในข้อหาสนับสนุนทำผิดยาเสพติด ส่วนนายสรรเสริญและ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 2-3 สามีภรรยา ให้จำคุกคนละ 24 ปี กับปรับคนละ 400,000 บาท ในความผิดฐานสมคบฟอกเงินและสนับสนุนบอย นาคคำ ในการรับเงินยาเสพติดมาพักไว้จัดการทางบัญชีให้
9. อดีต ปธ.สหกรณ์จุฬาฯคุก 200 ปี 600 เดือน
7 พฤศจิกายน ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2438/2560 ที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสวัสดิ์ แสงบางปลา อายุ 80 ปี อดีตประธานกรรมการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ
กรณีเมื่อต้นเดือนมกราคม 2559 – 9 มิถุนายน 2560 จำเลยอาศัยตำแหน่งประธานสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ ชักชวนหลอกลวงประชาชนมาลงทุนว่า จำเลยได้รับโควต้า หรือการจัดสรรคัดเลือกเป็นตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อเอากำไรต่อ โดยจะได้ค่าตอบแทนร้อยละ 1 ต่อเดือนของจำนวนเงินที่ให้กู้ยืม และเดือนสุดท้ายจะได้รับผลตอบแทนคืนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย ทั้งที่ไม่เป็นความจริง จนมีประชาชนหลงเชื่อจำนวนมากนำเงินมาลงทุนทั้งสิ้น 183,730,000 บาท ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 และ พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งนายสวัสดิ์ จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานประกอบคำรับสารภาพจำเลย รวมทั้งพฤติการณ์การกระทำผิดแล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ให้ลงโทษทุกกรรม กรรมละ 5 ปี จำนวน 100 กรรม รวมจำคุก 500 ปี จำเลยรับสารภาพลงโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือกรรมละ 2 ปี 6 เดือน คงลงโทษจำคุกจำเลย ทั้งหมด 200 ปี 600 เดือน โดยตามกฎหมายให้ลงโทษจำคุกสูงสุดไว้ 20 ปี และจำเลยให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหาย 100 ราย พร้อมดอกเบี้ย ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์และยังมีคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวพันกันอีก 1 สำนวน
10. ช็อก! ฎีกากลับจำคุก ‘ธาริต’ 1 ปีหมิ่น ‘เทพเทือก’
14 ธันวาคม ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีหมายเลขดำ อ.495/2556 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตเลขาธิการ กปปส. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา จากกรณีแถลงข่าวผ่านสื่อมวลชนกล่าวหาว่านายสุเทพสั่งการไม่ให้ สตช.ทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ 396 แห่งเป็นรายภาคกลับให้รวมสัญญาเพียงรายเดียว ทำให้บริษัท พีซีซี ดิเวลล็อปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด ชนะการประมูล จนเกิดปัญหาสร้างไม่เสร็จตามกำหนด ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา คู่ความทั้งสองมีการยื่นเอกสารรวมถึงคำให้การต่างๆ เพิ่มเติม และมีการเลื่อนอ่านคำพากษาศาลฎีกาออกไป จนศาลฎีกาใช้ระเบียบอ่านคำสั่งเอง โดยศาลฎีกาเห็นว่าการให้สัมภาษณ์ของจำเลยเป็นการชี้นำและยืนยันข้อเท็จจริงว่าโจทก์ เข้าไปแทรกแซงเอื้อประโยชน์ให้บริษัทพีซีซีฯ หาใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต พิพากษาจำคุก 1 ปี ส่วนที่ขอถอนคำให้การในชั้นฎีกาและมีการเจรจาขอขมาโจทก์นั้นจะกระทำ ได้เมื่อโจทก์ยินยอมและการถอนคำให้การต้องกระทำก่อนมีคำพิพากษายกคำร้อง

