เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 พฤษภาคม ที่ สน.โชคชัย นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความของญาตินายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการวัย 36 ปี ผู้พิการที่เสียชีวิต พร้อมด้วยนางทองคำ ศรีจันทร์ อายุ 64 ปี มารดาของนายสมเกียรติ และนายเมธัส ผลประเสริฐ หลานชาย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.อลงกรณ์ ศิริสงคราม รอง ผกก. (สอบสวน) เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มกับ น.ส.เกม (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี หญิงสาว ในข้อหาข่มขู่ พร้อมทั้งนำพยานหลักฐานเป็นภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดมามอบให้กับทางพนักงานสอบสวน
https://youtu.be/7x_Hb_iLg-U
นายอนันตชัยกล่าวว่า นำพยานหลักฐานมายืนยันให้การเอาผิดกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน เนื่องจากข้อหาเดิมคือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา รวมถึงแจ้งข้อหาข่มขู่กับ น.ส.เกม เนื่องจากภาพที่กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ว่า น.ส.เกมและ น.ส.เฟิร์น (ขอสงวนชื่อ-สกุล) มีการพูดยุยงส่งเสริม ให้ทางกลุ่มผู้ต้องหากระทำการรุมทำร้ายนายสมเกียรติ อีกทั้งในวันเกิดเหตุว่า น.ส.เกมและ น.ส.เฟิร์นได้เดินทางไปข่มขู่ ด่าทอ พูดจาหยาบคาย กับญาตินายสมเกียรติที่โรงพยาบาล ส่วนการตั้งข้อหากับ น.ส.เฟิร์นหรือไม่นั้น ซึ่งอยู่ในฐานะพยานในที่เกิดเหตุ ให้อยู่ในดุลพินิจของพนักงานสอบสวนว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวมีทั้งหมด 8 ราย ซึ่งทั้งนี้จะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะกลั่นแกล้งผู้ต้องหาทุกอย่างดำเนินการตามหลักฐานที่ปรากฏ
นายอนันตชัยกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนยังได้ลำดับภาพถึงพฤติกรรมของกลุ่มผู้ต้องหาจากกล้องวงจรปิด พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้โทรศัพท์เรียกพวก และมีการเตรียมอาวุธมีดมาจากที่อื่น ซึ่งมีเวลากว่า 11 นาทีในการไตร่ตรอง ดังนั้น จึงสามารถตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนได้ อย่างไรก็ตาม ตนยังคงเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย แต่หากยังไม่มีการดำเนินการแจ้งข้อหาก็จะดำเนินการทำเรื่องส่งไปยังกองบังคับการปราบปรามต่อไป
“เนื่องจากข่าวดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ผมอยากขอโทษจากใจที่ทำให้ตำรวจดีๆ หลายคนจะต้องมาพบเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตำรวจดีๆ ก็ยังคงมีอย่างแน่นอน” นายอนันตชัยกล่าว

นายเมธัสกล่าวว่า ยืนยันว่าจะเอาผิดกับผู้ต้องหาและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิต และยืนยันว่าจะไม่มีการฌาปนกิจศพนายสมเกียรติ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด และกล่าวขอบคุณสื่อมวลชน ตำรวจ และสังคมที่ให้ความสนใจ
นางทองคำเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า “ฉันอยากให้ลูกได้รับความเป็นธรรม เหตุใดคนพิการคนเดียวถึงต้องทำกันขนาดนี้” พร้อมทั้งยกมือไหว้
พ.ต.ท.อลงกรณ์กล่าวว่า สำหรับกรณี น.ส.เฟิร์นนั้น จากการตรวจพบว่า น.ส.เฟิร์นได้อยู่ในที่เกิดเหตุจริงแต่ยังไม่มีพยานยืนยันว่า น.ส.เฟิร์นได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องไว้ก่อนที่จะนำเรียนผู้บังคับบัญชาและดำเนินการต่อไป

