เมื่อวันที่ 11 มกราคท ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายเศกสรรค์ เลี่ยมคำ อายุ 41 ปี ชาว จ.สกลนคร ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทลุง ที่ 151/2559 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2559 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” จับกุมได้ที่ บริเวณลานจอดรถบ้านพักอุดมสุข รีสอร์ท ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก
สืบเนื่องจากช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึง เดือนเมษายน 2559 นายเศกสรรค์ ได้แอบอ้างกับผู้เสียหายว่าตนเองรู้จักกับผู้ใหญ่ในหลากหลายสาขาอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงข้าราชการ พร้อมทั้งอ้างว่าสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายหรือลูกหลานให้สามารถบรรจุเข้ารับราชการในหน่วยต่าง ๆ ได้ เช่น สอบบรรจุนายสิบทหารบก, นายสิบตำรวจ, ข้าราชการครู และหน่วยราชการอื่น ๆ อีกหลายหน่วยงาน แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องยอมจ่ายค่าดำเนินการรายละประมาณ 50,000 – 300,000 บาท ด้วยความที่เห็นว่านายเศกสรรค์มักวางตัวเป็นคนมีความรู้ ฐานะดี และชอบพาผู้เสียหายไปเลี้ยงอาหาร ,ทำบุญ ผู้เสียหายจึงเริ่มหลงเชื่อไว้ใจยอมจ่ายเงินให้กับผู้ต้องหา ก่อนจะมาทราบในภายหลังว่าถูกหลอก อย่างไรก็ตามจากแนวทางการสืบสวนพบว่าที่ผ่านมาก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน มีผู้เสียหายหลงเชื่อถูกหลอกไปแล้วกว่า 100 ราย ได้ทรัพย์สินเป็นเงินรวมแล้วเป็นเงินมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบว่านายเศกสรรค์ได้หลบหนีมากบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.นครนายก จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบสวน นายเศกสรรค์ รับสารภาพว่า ได้ลงมือก่อเหตุจริง โดยหลังจากได้เงินมาจะนำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เล่นการพนัน และใช้เป็นทุนในการหลบหนีหลังจากที่ก่อเหตุในแต่ละครั้ง และเป็นเงินทุนในการก่อเหตุครั้งต่อไป อีกทั้งยังยอมรับอีกว่าทุกครั้งที่ก่อเหตุตนเองจะใช้วิธีปกปิดตัวเองให้รอดพ้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการใช้บัญชีธนาคาร และแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและพยายามย้ายถิ่นที่อยู่ และพื้นที่ก่อเหตุไปเรื่อยๆ แต่กระนั้นเองก็เคยถูกจับกุมในคดีลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้ง อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบยังพบว่ามีหมายจับติดตัวในคดีลักษณะดังกล่าวอีก 6 คดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

