เลขาป.ป.ส เผยเฉพาะ ‘สัญชาติไทย’ได้สิทธิขอปลูกกัญชา ยังไม่ชัดเรื่องพื้นที่-สายพันธุ์

เลขาธิการป.ป.ส ชี้สิทธิขอปลูกกัญชาให้เฉพาะ “สัญชาติไทย” ยังไม่ชัดเรื่องพื้นที่- สายพันธุ์เหมาะสม ชี้หากปลูกภายใต้การควบคุมอาจจะมีปัญหาน้อย  เร่งร่างกฎกระทรวงฯคู่ขนานแก้กม.ยาเสพติด

เมื่อวันที่  11 ม.ค. ที่โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ  นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปรามปรามยาเสพติด กล่าวถึงความคืบหน้า การนำกัญชาใช้ทางการแพทย์ ว่าขณะนี้รอตัวร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดฯที่มีการเปลี่ยนแปลงตามประมวลยาเสพติดในสาระสำคัญกัญชายังเป็นยาเสพติดที่ผิดกฎหมายส่วนการผ่อนปรนเพื่อให้นำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์หรือการศึกษาวิจัยได้ สำหรับประเด็นการนำเข้า ส่งออก  จำหน่ายครอบครอง อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางการแพทย์เภสัชกรเป็นผู้ได้รับอนุญาตแต่ในกรณีการขออนุญาตปลูกที่เป็นบุคคลจะต้องเป็นการรวมตัวกันเป็นลักษณะสหกรณ์การเกษตรวิสาหกิจชุมชน หรือวิสาหกิจสังคมที่จดทะเบียนและต้องดำเนินการกับหน่วยงานของรัฐและที่สำคัญผู้ที่จะดำเนินการได้จะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยเท่านั้น หากดำเนินการในรูปแบบของสหกรณ์ก็ต้องมีบุคคลที่ต้องมีสัญชาติไทยอย่างน้อย 2 ใน 3 ส่วนการดูแล และจัดการหน่วยงานรัฐจะต้องจัดวางระบบก่อนอนุญาตให้บุคคลและวิสาหกิจชุมชนเข้าไปดำเนินการ


เลขาธิการป.ป.ส.กล่าวอีกว่า  ขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ยังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดตั้งแต่การคัดสายพันธ์การปลูก การสกัด โดยดูตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางรวมถึงการนำสารสกัดไปใช้ประโยชน์จะดำเนินการอย่างไรให้เป็นไปอย่างถูกต้องในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีการศึกษาอยู่ แต่ปปส.ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดูในเรื่องการออกแบบโรงเรือน สำหรับการปลูกกัญชาทีเป็นแบบพื้นๆมากที่สุดเพื่อให้คนไทยที่รวมตัวกันในลักษณะวิสาหกิจชุมชนสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ต้นทุนสูงและป้องกันไม่ให้หลุดลอดรั่วไหลออกไปไม่ว่าผลผลิตจะใช้ได้หรือไม่ได้ก็ตามจะถูกดูแลจัดการอย่างไรส่วนเอกชนไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ทั้งสิ้น

นายนิยม  กล่าวอีกว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะให้ปลูกในพื้นที่ใดได้บ้าง แต่ถ้าการปลูกภายใต้การควบคุมดูก็จะมีปัญหาน้อยเพราะการปลูกในพื้นที่ปิดจะมีการควบคุมอากาศน้ำดิน ซึ่งมีผลต่อการให้สารTHCเพราะสารตัวนี้จะมีผลต่อการนำไปใช้ทางการแพทย์หากค่าของสารTHCเปลี่ยนแปลงก็ใช้ไม่ได้ และอาจส่งให้ผู้ปลูกกัญชาขาดทุนทั้งนี้ยังไม่ได้มีการสรุปสายพันธ์ที่จะนำมาปลูก แต่ก็มีการศึกษาอยู่บ้าง  นอกจากนี้การใช้ประโยชน์จากพืชกัญชาเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานทั้งตัวโทษที่ยังพืชเสพติดและการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์หากยึดโยงไปถึงขั้นใช้ในอุตสาหกรรมได้ต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายต่างประเทศและทรัพย์สินทางปัญหาซึ่งค่อนข้างมีปัญหาซับซ้อนดังนั้นจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพราะหากมีผลเสียกว่าผลดีประชาชนก็จะได้รับผลกระทบมากกว่าโดยระหว่างนี้คณะทำงานฯกำลังร่างกฎกระทรวงคู่ขนานกับการแก้กฎหมายยาเสพติดคาดว่าจะสามารถบังคับใช้ได้ทันกฎหมายหลัก

บทความก่อนหน้านี้มทภ.4 สั่งผนึกกำลังทุกภาคส่วน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เอกซเรย์พื้นที่ไม่ให้เป็นที่พักพิงผู้ก่อเหตุ
บทความถัดไป‘สุเทพ’ เข้าร้านกรอบรูปลำพูน เจอยกรูปยิ่งลักษณ์ใส่ สุเทพยิ้มถ่ายรูปด้วย