คดีอุ้มฆ่าเสี่ยหน้าผาเสวยคืบ ตร.มุ่งปมหักหลังซื้อขายที่ดิน แฉเสี่ย อ. นายหน้าใกล้ชิดผู้ตายเอี่ยว

10.05.16 | 18:50 น.

วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีพบศพ นายภาสพล รัตนตยาธิคุณ หรือ “เสี่ยพล”หรือตุ้ม อายุ 48 ปี นักธุรกิจหนุ่มและนักเรียนนอก ถูกยิงเสียชีวิตริมถนนสายสมเด็จ-ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่ง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลุยสางคดี และกำชับให้ตำรวจภูธรภาค 4 และ ตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ เร่งคลี่คลายคดี จนพบเบาะแสจากกล้องวงจรปิดจนและเตรียมที่จะสรุปสาเหตุและตัดประเด็นสำคัญและเชื่อว่าฉนวนการสังหารเกิดจากหักผลประโยชน์จากการซื้อขายที่ดินตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ พร้อมด้วยพล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา ,พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4  พล.ต.ต.ยรรยงค์ เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 ซึ่งเดินทางมาโดยเฮลิคอปเตอร์ตำรวจภูธรภาค 4 ติดตามความคืบหน้าคดีฆาตกรรมดังกล่าว จากชุดคลี่คลายคดีตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ประกอบด้วย พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.วิเชียร พินดวง ,พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ และ พ.ต.ต.รพี สีพันนา พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีฯ

โดยที่ประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ แต่ได้ปฏิเสธที่จะให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง เนื่องจากมีประเด็นสำคัญที่หากเปิดเผยไปแล้วจะทำให้เสียรูปคดี ซึ่งการประชุม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีท่าทีเคร่งเครียด โดยได้ใช้เวลาในการประชุมกว่า 30 นาที

201605101713315-20041021173804

Advertisement

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า คดีนี้มีความซับซ้อนและเกี่ยวพันกับบุคคลหลายกลุ่มและเท่าที่รับฟังการรายงานในทุกประเด็นยังสามารถเป็นคำถามได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชู้สาว เรื่องครอบครัว แต่ในขณะนี้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ให้น้ำหนักไปที่ปัญหาซื้อขายที่ดิน ประเด็นการแบ่งปันเงินค่านายหน้า ในเรื่องครอบครัวนั้นในวันเกิดเหตุซึ่งข่าวออกมาว่ามีคนเห็นว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์มาอุ้มตัวไปนั้น ไม่สามารถตอบได้ เพราะตำรวจยังไม่ได้สอบปากคำญาติทั้งหมด รวมถึง นายวิรัช รัตนตยาธิคุณ พ่อของผู้ตายที่ทราบว่าป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล

“ผมยอมรับว่าคดีนี้มีความคืบหน้า แต่ไม่สามารถพูดอะไรได้มากเพราะต้องให้เวลา ชุดสืบสวนทำงาน ซึ่งในบางส่วนก็ยังอยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อติดตามตัวบุคคลเข้าให้ปากคำ ส่วนกล้องวงจรปิด หรือแม้แต่เส้นทางต่างๆ ก็คงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ได้ทำงาน ทั้งนี้กลุ่มที่ก่อเหตุจะเป็นกลุ่มใกล้ชิดคนตายที่ร่วมกันลงมือมีไม่ต่ำกว่า 5 คน ซึ่งเป็นเรื่องขัดผลประโยชน์  และคาดว่าการออกหมายจับโดยตำรวจกาฬสินธุ์ จะสามารถออกได้ภายหลังมีความชัดเจนถึงผู้เกี่ยวข้องของคดีนี้” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าว

ด้านแหล่งข่าววงใน กล่าวว่า คดีนี้ปมฆาตกรรมต้องตัดประเด็นชู้สาวออก และทิ้งไว้เพียงเรื่องเงินซึ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์จากการซื้อขายที่ดิน ตลอด 10 วันที่ผ่านมา เพราะปรากฏข้อเท็จจริงว่า นอกจากผู้ตายจะทำธุรกิจเสื้อผ้า โรงพิมพ์ ก็ยังมีอาชีพเป็นนายหน้ารับซื้อขายที่ดินเช่นกัน ซึ่งในแต่ละธุรกิจจะไม่มี ภรรยา เข้าไปมีส่วนร่วม โดยเฉพาะ อาชีพนายหน้าค้าที่ดิน ซึ่ง ผู้ตาย จะทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนสนิทซึ่งในวงการที่ดินจะเรียกว่า“เสี่ย อ.” นายหน้าขาใหญ่ย่านห้วยขวางโดยคู่ธุรกิจคู่นี้จะเดินทางไปทั่วประเทศ มีการซื้อขายที่ดินมูลค่าหลายร้อยล้านบาทในแต่ละผืน แต่ด้วยนิสัยของผู้ตาย เป็นหนุ่มนักรักทำให้การเดินทางซื้อขายที่ดินจะมีผู้หญิงมาติดพันจำนวนมาก

201605101704056-20041021173804

นอกจากนี้ กรณีปมฆาตกรรมนั้น นางนกต่อจึงกลายเป็นกุญแจดอกสำคัญ ทราบว่า ขณะนี้ได้ติดต่อเพื่อขอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว การประเมินเหตุการณ์ฆาตกรรมจึงอาจจะเกิดขึ้นสองกรณีคือ เกิดจากนางนกต่อ ที่รู้ว่าผู้ตายพึ่งได้รับเงินค่านายหน้า จึงได้วางแผนลวงออกจากบ้านแล้วนำมาฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ หรือกรณีนกต่ออาจจะเป็นคนของ “เสี่ย อ.” ที่ถูกใช้มาเพื่อหักหลังผู้ตายเพื่อไม่ต้องจ่ายเงินค่านายหน้า จึงให้นกต่อลวงออกไปเที่ยวแล้วนำมาฆาตกรรม ซึ่งขณะนี้ผลทางคดีรอเพียงคำให้การของ นางนกต่อ และ “เสี่ย อ.” ซึ่งตำรวจกำลังติดตามตัวอยู่ในขณะนี้