ผู้เสียหายคนไทยในออสเตรเลียร้อง อสส.ช่วยคดี โดนโกงเเชร์ทั้งไทย-ต่างประเทศ คาดเสียหาย 30 ล้านบาท
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 14 ม.ค. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนผู้เสียหายหญิง 1 ราย ซึ่งถูกโกงแชร์โดยกลุ่มมิจฉาชีพคนไทยในประเทศออสเตรเลีย ที่ชักชวนร่วมลงทุนเล่นแชร์กระเป๋าในเพจ I love shopping 24hrs@Sydney, ตามด้วยการเปิดวงฝากเงินออม, แชร์รายวัน, แชร์รายเดือน, แลกเรทเงิน, แชร์ที่ดิน, แชร์ศัลยกรรม, แชร์นาฬิกาและทองคำ รวมถึงเครื่องประดับต่างๆ สินค้าแบรนด์เนมและธุรกิจอื่นๆ เดินทางมาเข้าปรึกษาข้อกฎหมายการดำเนินคดี
มีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง โดยนายโกศลวัฒน์ระบุว่า จะรับเรื่องไว้ให้อัยการสูงสุดพิจารณาต่อไปว่ากรณีนี้เป็นความผิดนอกราชอาณาจักรหรือในราชอาณาจักรอย่างไร จะประสานงานกับพนักงานสอบสวนหรืออัยการสูงสุดจะมีคำสั่งอย่างไรต่อไป
นายสามารถเปิดเผยว่า ผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ประเด็นนี้ผู้เสียหายถูกหลอกที่ออสเตรเลีย แล้วผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนไทยได้หลบหนีกลับมาอยู่เมืองไทย แปลว่ามีบางส่วนที่เกิดขึ้นในเมืองไทยด้วย หรือเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ต่างประเทศทั้งหมดก็ต้องพิจารณา ถ้านอกราชอาณาจักรต้องให้อัยการสูงสุดมีความเห็น ตำรวจต้องรอสอบปากคำผู้เสียหาย เพราะพนักงานอัยการจะเป็นเจ้าหน้าที่ในการร่วมสอบด้วย พรุ่งนี้ก็จะพาผู้เสียหายไปร้องต่อเลขาธิการ ปปง. เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ต้องหา สำคัญที่สุดผู้เสียหายเดินทางมาด้วยความหมดเนื้อหมดตัว มาจากออสเตรเลียต้องกู้บัตรเครดิต ต้องการให้ผู้ต้องหาได้รับโทษและได้รับเงินคืน วงนี้มีความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท อยากฝากเตือนถึงพี่น้องประชาชนให้ระวังการลงทุนแชร์ออนไลน์ เพราะรูปแบบการหลอกลวงมีมากมาย ถูกหลอกกันทุกวัน มิจฉาชีพเปลี่ยนรูปแบบและพยายามสร้างความน่าเชื่อถือ วันนี้เราจะต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อไม่ให้ใครมาหลอกพี่น้องประชาชน

ส่วนผู้เสียหายเปิดเผยว่า การเล่นแชร์กับเท้าแชร์คนนี้ไม่ใช่มีแค่ผู้เสียหายที่อยู่ออสเตรเลียอย่างเดียว มีที่อยู่ในไทยด้วยแต่ไม่กล้าแจ้งความ ตนมีแชตของผู้เสียหายที่โดนหลอกในไทย โอนเงินเข้าบัญชีเลขาฯของขบวนการ เขาไม่ข่มขู่แต่บอกผู้เสียหายถ้าประจานจะทำให้เขาหาเงินยากขึ้น จะมีการฟ้องหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหาย ตนไม่สามารถทำอะไรได้ต้องขอพึ่งบารมีเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกวันนี้เดือดร้อนมาก ตนวางแผนจะแต่งงานที่ไทย จึงลงทุนเพื่อได้กำไรมาเก็บ ตนไม่มีรายรับที่มั่นคง ฝ่ายเขาก็ส่งพาสปอร์ตมายืนยันว่าไม่หลอกแน่นอน แฟนก็เชื่อยอมไปกู้เงินมาลงทุนด้วยกัน วันที่ 18 ก.พ.2561 เขาก็หยุดจ่ายเงิน แฟนก็ไล่ตนกลับประเทศ เลิกกับตนไปรอบหนึ่ง ตนก็ส่งเอกสารทั้งหมด ขายแหวนแต่งงาน เพื่อเอาเอกสารไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะให้แฟนเข้าใจ ตอนนี้แฟนพาเดินหน้าแจ้งความดำเนินคดีที่ออสเตรเลีย ตำรวจรับเรื่องแล้ว ส่วนใครที่แจ้งความจะถูกลบออกจากกลุ่ม

