วันที่ 11 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีพบศพ นายภาสพล รัตนตยาธิคุณ หรือ “เสี่ยพล” หรือตุ้ม อายุ 48 ปี นักธุรกิจหนุ่มและนักเรียนนอก ถูกยิงเสียชีวิตริมถนนสายสมเด็จ-ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่ง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลุยสางคดี และกำชับให้ตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ เร่งคลี่คลายคดี จนพบเบาะแสจากกล้องวงจรปิดและเตรียมที่จะสรุปสาเหตุ โดยตัดประเด็นสำคัญและเชื่อว่าชนวนการสังหารเกิดจากการหักผลประโยชน์จากการซื้อขายที่ดินตามที่เสนอข่าวไปแล้ว
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ผ่านมา ที่สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้เรียก พ.ต.อ.วิเชียร พินดวง รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ในฐานะหัวหน้าชุดคลี่คลายคดี และ พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.เสกสรร อินทร์สิทธิ์ ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.เกรียงไกร รับงาม รอง ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ และพนักงานสอบสวน โดยได้ทำการเรียงสำนวนการสอบสวนและสรุปผลการสืบสวน ตลอดทั้ง 10 วันที่ผ่านมา
พล.ต.ต.อภิชิต กล่าวว่า คดีมีความคืบหน้ามากขึ้นซึ่งญาติผู้เสียหายได้ทยอยเข้าให้ปากคำแล้ว 25 คน นอกจากนี้ยังรวมถึงพยานสำคัญอีก 6 คน ทำให้ผลการสืบสวนทางคดีตัดประเด็นเรื่องชู้สาวออกไปคงไว้แต่เรื่องผลประโยชน์ซื้อขายที่ดินเป็นหลัก ซึ่งในวันนี้ ได้ส่งตำรวจมือปราบลงกรุงเทพฯ เพื่อสืบหาพยานหลักฐานชิ้นสำคัญ เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวด้านการเงิน ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ และแน่นอนว่าในกรณี เสี่ย อ. หรือนางนกต่อ นั้น ยังคงไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะจะทำให้แนวทางการสืบสวนเสียหาย ที่คงต้องให้ตำรวจได้ทำงานและคาดว่าหากหลักฐานมีความรัดกุมก็จะสามารถออกหมายจับคนร้ายรวมถึงผู้บงการฆ่าได้ทันที ในส่วนเครือญาติก็ได้ทยอยเข้าให้ปากคำในฐานะผู้เสียหายส่วนพ่อของผู้ตายยังป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลยังคงต้องรอไปก่อน
ด้านแหล่งข่าวเปิดเผยว่า จากการแกะรอยเกิดขึ้นตั้งแต่ที่กรุงเทพฯ ภายหลังที่เห็นผู้ตายที่สำนักงานที่ดินเขตห้วยขวาง ก่อนที่จะถูกอุ้มออกจากบ้านพักแห่งหนึ่ง ทีมแกะรอยแบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง คือ เส้นทางปกติจะผ่าน จังหวัดสระบุรี ไปแก่งคอย เข้าจังหวัดนครราชสีมา ตัดผ่านจังหวัดมหาสารคามและเข้าจังหวัดกาฬสินธุ์ กับอีกหนึ่งเส้นทาง คือสายปากช่องโดยเข้าปักธงชัย เข้าจังหวัดนครราชสีมา ตัดผ่านจังหวัดมหาสารคามและเข้าจังหวัดกาฬสินธุ์
ส่วนสาเหตุนั้นเกิดจากหักผลประโยชน์ธุรกิจซื้อขายที่ดิน ซึ่ง เสี่ย อ.และนางนกต่อ มีความสัมพันธ์กันทำให้การสืบสวนมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในส่วนที่สงสัยว่าเป็นเรื่องของครอบครัวหรือไม่นั้นยังไม่มีคำตอบเพราะต้องพบตัว เสี่ย อ. นายหน้าขาใหญ่ย่านห้วยขวางเสียก่อน” แหล่งข่าว กล่าว

