“บิ๊กโจ๊ก”นำทีมปปง.ปูพรมตรวจค้น 37 จุด 6 จว.อีสาน รวบ 13 ผู้ต้องหา ยึดทรัพย์ 941 ล้าน

16.01.19 | 17:33 น.

เมื่อวันที่16 มกราคม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พล.ต.ท. พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ เลขานุการกรมสำนักงานปปง.สนธิกำลัง ศปอส.ตร. ปูพรมตรวจค้น 37จุดในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี, ยโสธร,อำนาจเจริญ, ศรีสะเกษ, บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ตามยุทธการ ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่ ทวงคืนความเป็นธรรมให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าถูกนายทุนเงินกู้รายใหญ่ปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
ปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังตรวจค้นจับกุมยึดอายัดทรัพย์ โดยเน้นหนักไปในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี


โดยจุดแรกตรวจค้นเต็นท์รถโอเค ดีรถ เลขที่ 510 ม1 ต.แสนสุข อ.วารินชำราบ ของนายสุรชัย พงษ์เฉลียว หลังพบว่ามีเป็นลิสซิ่งปล่อยดอกเบี้ยกู้เกินกว่ากฎหมายกำหนด จับกุมนายสุรชัย พร้อมยึดรถยนต์จำนวนกว่า 47 คัน โฉนดที่ดินจำนวนมาก จากนั้นตรวจค้นร้านเทอดไท ค้าไม้ อยู่ในอำเภอเมือง เบื้องต้นตรวจยึดโฉนดที่ดินไปทำการตรวจสอบ และจุดสุดท้ายตรวจค้นบ้านของนายมันโมฮัน คาเนจา และ น.ส.รุ่งนภา คาเนจา สองสามีภรรยา ซึ่งการตรวจค้นครั้งนี้ทางตำรวจรับการร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมการปล่อยเงินกู้ โดยมีที่ดินเป็นหลักประกัน และ นำสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์ มาขายในลักษณะเงินผ่อน เก็บเงินค่าสินค้าเป็นรายวัน โดยทำมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี จากการตรวจสอบประวัตินายมันโมฮัน เป็นคนสัญชาติอินเดีย เข้ามาไทยตั้งแต่ปีพ.ศ. 2543 ก่อนที่จะมาพบรักกับน.ส.รุ่งนภา และแต่งงานกันมาแล้วประมาณ 10 ปี มีบุตร 3 คน โดยระหว่างอยู่เมืองไทยใช้วีซ่าดูแลครอบครัว และ มีใบอนุญาตทำงาน ลักษณะดูแลการตลาด ติดตามลูกค้า ทำงานเกี่ยวกับการตลาด โดยจากนี้จะเพิกถอนวีซ่าและขึ้นบัญชีแบล็คลิสต์ผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

นอกจากนี้ยังตรวจค้นในพื้นที่จังหวัดยโสธร ตรวจค้นนายทุน 4 ราย 7 จุด ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ตรวจค้นนายทุน 2 ราย 3 จุด ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ตรวจค้นนายทุน 1 ราย 3 จุด รวมทั้งตรวจค้นในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสาร หลักฐานที่ตรวจยึดได้ทั้งหนังสือสัญญากู้ สัญญาจำนอง พบว่ากลุ่มนายทุนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมในลักษณะเดิมคือให้ลูกหนี้ลงชื่อในกระดาษเปล่า ซึ่งจากการปิดล้อมครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 13 ราย ยึดอายัดทรัพย์ 941 ล้านบาท แบ่งเป็นโฉนดที่ดิน 496 ฉบับ เนื้อที่ 1709 ไร่ มูลค่า784.3 ล้านบาท รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆอีกหลายรายการกว่า 156.7 ล้านบาท พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ประกอบไปด้วย นายสุรชัย พงษ์เฉลียว ,นางเสาวนีย์ ตั้งวงษ์, นางรุ่งนภา คาเนจา, นายมันโมฮัน ซิงห์ คาเนจา, นางกมลรัตน์ จึงวัฒนตระกูล, นางพุทธชาด ศรีสุริยันโยธิน, นายอดิคุณ โพธิมะโน ,นายประวิทย์ ธนะทรัพย์ชูศักดิ์, นายสมใจ เหล่าชายเชื้อ, นางเพชรรัตน์ พรมพันธ์, นางประวีณา วงค์กลม, นายชวลิต ลิบประเสริฐ และนายรัศมี เข็มเพชร

Advertisement

โดยหลังจากนี้จะขยายผลในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งจะดำเนินการเพิ่มความเข้มในการตรวจสอบไฟแนนซ์ ลิสซิ่งที่กระทำผิดระเบียบของกระทรวงการคลัง ปล่อยดอกเบี้ยโหด ซึ่งทางตำรวจมีข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้ว จึงอยากเตือนเหล่าไฟแนนซ์ และบริษัทเงินติดล้อทั้งหลาย ที่ยังปฏิบัติผิดเงื่อนไขของกระทรวงการคลัง เราจะดำเนินการทางกฎหมายทั้งหมด ตามอำนาจหน้าที่เพิกถอนใบอนุญาตต่อไป อย่างไรก็ตามมาตรการทั้งหมดเพื่อให้ประชาชนได้กลับมาทำภาคการเกษตร เพื่อมีที่ทำกินเลี้ยงชีพ และวันที่ 30 ม.ค.พล.อ.ประวิตร จะเป็นประธานมอบโฉนดคืนให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหนี้นอกระบบและนายทุนดอกเบี้ยโหด ที่จ.นครราชสีมา ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 7 ต่อไป