ความคืบหน้ากรณี นายธีรพล หรือปุ๊ ปิ่นอมร อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/2 หมู่ 1 ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ใช้อาวุธปืนพกแบบสั้นขนาด 9 มิลลิเมตร ยิงคนในครอบครัวของ นางกัญญารัตน์ กิ่งแก้ว ภรรยา จนมีผู้เสียชีวิต 5 ราย ประกอบด้วย นายวิรัตน์ กิ่งแก้ว อายุ 46 ปี พ่อตา นางน้ำผึ้ง อินทร์สิทธิ์ แม่ยาย นางกัญญาภัทร กิ่งแก้ว ภรรยาของนายวีรพลเอง นางน้ำผา อินทร์สิทธิ์ พี่สาวฝาแฝดของแม่ยาย และนางกนกวรรณ อินทร์สิทธิ์ พี่สาวของแม่ยาย เหตุเกิดที่ ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ เมื่อค่ำวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา หลังก่อเหตุนายธีรพล ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีขาว หมายเลขทะเบียน กล 4561 พิษณุโลก หลบหนีไป และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร จ.ระนอง รวบตัวได้เมื่อช่วงสายวันที่ 15 มกราคม ที่ จ.ระนอง ขณะกำลังจะหลบหนีออกนอกประเทศ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ต.อ.ทัพพ์เศรษฐ์ เขื่อนแก้ว ผกก.สืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัด (ภ.จว.) อุตรดิตถ์ กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบประวัติของนายธีรพลทราบว่า คดีที่ติดคุกนั้นเป็นข้อหาที่พัวพันหรือเกี่ยวข้องกับการเสพยาบ้า ไม่ใช่คดีค้ายาบ้า ส่วนทรัพย์สินที่นำมาซื้อรถยนต์ราว 10 คัน สร้างบ้าน หรือแม้แต่ให้เงินกับพ่อตาแม่ยายและญาติของภรรยานั้น เป็นเงินที่ได้จากการช่อโกงบาทหลวงไชโย จ.ชลบุรี ที่หลอกเกี่ยวข้องกับการซื้อขายที่ดินที่ จ.ภูเก็ต เป็นจำนวนเงินเกือบ 30 ล้านบาท ซึ่งคดีนี้ก็ยังไม่จบ ไม่เกี่ยวข้องกับการกล่าวอ้างว่า ได้มาจากการเล่นหุ้นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามทรัพย์สินของนายธีรพลทั้งหมดทางเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ เจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เข้าดำเนินการตรวจสอบแล้วเช่นเดียวกัน
“หลังนายธีรพล อยู่กินกับภรรยามานานกว่า 1 ปี มีการสร้างบ้าน ซื้อรถยนต์ ซื้อสร้อยคอทองคำให้กับครอบครัวของภรรยา ขณะเดียวกันก็มีการเรื่องทะเลาะเบาะแว้งตบตีภรรยาอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้ญาติของภรรยารู้สึกอึดอัดกับพฤติกรรมของนายธีรพล และสงสารลูกสาวที่ถูกนายธีรพล ทำร้ายร่างกายเป็นประจำ และไม่อยากให้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอีกต่อไป และเชื่อว่านายธีรพล น่าจะรู้ตัวดีว่า สุดท้ายก็น่าจะเลิกรากับภรรยา ก่อนสิ้นปีที่ผ่านมานายธีรพล ได้ว่าจ้างรถบรรทุกสำหรับขนส่งรถยนต์หลายคันมาขนย้ายรถยนต์ออกจากพื้นที่ ต.พญาแมนไปไว้ที่ จ.ระนอง เหลือไว้เพียงรถยนต์เก๋งที่ใช้ก่อคดีและหลบหนี และก่อนที่จะก่อเหตุฆ่ายกครัวภรรยา 5 ศพ เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา นายธีรพล จะมาทวงทรัพย์สินจากพ่อตาอีกครั้ง และเกิดทะเลาะถกเถียงกันอย่างรุนแรง จนนำไปสู่เหตุการณ์ดังกล่าว”พ.ต.อ.ทัพพ์เศรษฐ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ที่เป็นที่ร่ำลือกันว่า เฮลิคอปเตอร์ที่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะที่เดินทางจาก จ.พิษณุโลก เพื่อเตรียมมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณหลัง ภ.จว.อุตรดิตถ์ เมื่อช่วงสายวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งทั้งนักบินและหรือแม้แต่ตัวของ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ และคณะทุกคนก็ทราบดีว่า การทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้นจะทำที่บริเวณด้านหลังอาคารกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ไม่ใช่ที่เกิดเหตุ เนื่องจากเกรงว่าญาติและประชาชนที่โกรธแค้นนายธีรพล ที่ก่อเหตุฆ่ายกครัวถึง 5 ศพ จะโกรธแค้นและพากันรุมทำร้ายเอาได้ เพื่อความปลอดภัยจึงไม่ทำแผนในพื้นที่เกิดเหตุ
แต่ก่อนที่นักบินที่ควบคุมเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวจะนำเฮลิคอปเตอร์มาจอดที่สนามจอดชั่วคราวที่ลานด้านหน้า ภ.จว.อุตรดิตถ์ แต่ระหว่างทางนักบินกลับนำเฮลิคอปเตอร์ลงจอดที่ ต.พญาแมน ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุฆ่า 5 ศพ เรื่องนี้มีการวิจารณ์ในหมู่ประชาชน ต.พญาแมนว่า เหตุที่ทำให้เฮลิคอปเตอร์ลงจอดที่ ตงพญาแมนนั้น น่าจะเกิดจากวิญญาณของผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ศพ ดลใจให้นักบินบังคับเครื่องให้ลงจอดที่ ต.พญาแมนเสียก่อน เพื่อเป็นการแสดงการขอบคุณที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเร่งติดตามจนสามารถจับกุมตัวนายธีรพลได้หลังก่อนเหตุไม่ถึง 48 ชั่วโมง

