ดีเอสไอพาญาติผู้สูญหายบุกสุสานนั่งยาง ผู้การฯเมืองอุดรแจง 3 ตร.อยู่ระหว่างสอบวินัยอีก

11.05.16 | 18:55 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรอุดรธานี พล ต.ต.พีระพงษ์ วงศ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เรียกให้ พ.ต.อ.นิวัตร ดวงจรัส ผกก.วังสามหมอ พ.ต.อ.ชัยยุทธวงศ์โคกสูง ผกก.ทุ่งฝน พ.ต.อ.อดุลย์ ขวัญมั่น ผกก.พิบูลย์รักษ์ นำ 3 ตำรวจ. สภ.น้ำโสม ที่มีคำสั่งออกนอพื้นที่ปนะกอบด้วย ร.ต.ท.วิเชียร ศรีคราม รอง สว.สส. ร.ต.ต.ธวัช บุตรแสนลี รอง สว.สส. ด.ต.พิทยา มหาชาติ ผบ.หมู่ (ป) หลังถูกนายดารา พาไสย์ อายุ 60 ปี ร้องเรียนว่าอุ้มรีดเงิน 560,000 บาท และมีตำรวจพัวพันคดีสุสานเผานั่งยาง ไปข่มขู่ให้ยุติการร้องเรียน


พล.ต.ต. พีระพงศ์ เปิดเผยว่า เรียกตำรวจทั้ง 3 นาย พร้อมกับหัวหน้าสถานีที่ถูกย้ายไป ในฐานะผู้บังคับบัญชา มารับทราบแนวทางการปฏิบัติว่า ทั้งสายนายอยู่ระหว่างการสอบสวนวินัยอีกครั้ง. และอยู่ระหว่างดำเนินคดีอาญาจาก  ป.ป.ท. ยังไม่ถือว่ามีความผิด ยังจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตำรวจอยู่ ไม่ใช่ให้มาประจำอยู่เฉย โดยให้มอบหมายหน้าที่ชัดเจน ให้รายงานผลการปฏิบัติหน้าที่มาด้วย และไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับคดีด้วย

“คดีสุสานเผานั่งยาง มีผู้มาแจ้งญาติสูญหาย 40 ราย ตรวจเก็บดีเอนเอส่งไปสถาบันนิติเวช 30 ราย โดยชุดแรก 14 ราย จะตรวจเปรียบเทียบกับ อีเอนเอที่ตรวจพบจากกระดูก. ที่จุดตรวจเก็บหลักฐานที่ 8 ถ้าทราบผลนิติเวชจะรายงานด้วยวาจาทันที เพื่อให้ฝ่ายสืบสวน-สอบสวน เดินหน้าทำงานได้ทันที คาดว่าอีก 1-2 วันน่าจะรู้ผล” พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าว

พล ต.ต.พีระพงศ์ เปิดเผยอีกว่า ในส่วนสำนวนคนหายที่เกิดเหตุในพื้นที่อุดรธานี ได้สั่งให้ทุกท้องที่ส่งสำนวนมา เมื่อมีการตรวจสอบแล้วเห็นว่า นอกจากสำนวนของนางกุหลาบ อินทร์ศรี ถูกอุ้มหายไปจากบ้านพักใน สภ.บ้านเทื่อม กับคดีนางบังอร ทองอ่อน ถูกอุ้มมาฆ่าเผานั่งยางอยู่โคกเฒ่าคำภา ยังมีอีก 3 คดีที่สั่งให้รื้อคดีขึ้นมาด้วย ไม่ต้องรอผลตรวจดีเอนเอียง

Advertisement

201605111743573-20021028190339

“คดีนายคำปุ่น ถิ่นแก้ว ชาว อ.บ้านผือ ที่หายตัวไปปี 54 , คดีนายวีระศักดิ์ หรือโอเล่ ธรรมมามนต์ ที่ถูกชาย 3 คน อ้างตัวเป็นตำรวจอุ้มที่ อ.ศรีธาตุ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.51 และคดีนายสมคิด ใจบุญ ช่างเฟอร์นิเจอร์ ที่ถูกอุ้มเผานั่งยาง แต่ไม่ใช่ที่จุดของ 23 จุดที่พบ ที่ถูกเผาข้างถนนสาบบ้านผือ-ท่าบ่อ เมื่อต้นปี 58 ซึ่งสำนวนทั้งหมด ต้องทำความเข้าใจ และเรียกประชุมส่วนที่เกี่ยวข้อง น่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน จะรู้ว่าจะเดินหน้าอย่างไร ” พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวอีก

ต่อมาเวลา 12.00 น.วันเดียงกัน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการส่วนคดีอาญาพิเศษ 2  และเจ้าหน้าที่สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 เดินทางมายัง ภ.จว.อุดรธานี และลงพื้นที่สุสานเผานั่งยาง อ.บ้านผือ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับคดีพิเศษที่ 70/2552 และเลขตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ 201/2558 กรณีการหายตัวไปของนายกมล เหล่าประเสริฐโสภาพันธุ์ เมื่อปี 51 และอำนวยความยุติธรรม ตามที่ญาติผู้สูญหายได้ขอความเป็นธรรมในประเด็นนี้ พร้อมเชิญนางนลินรัตน์ เหล่าธนาทรัพย์ อายุ 56 ปี  และนายจักรพรรดิ เหล่าธนาทรัพย์ อายุ 31 ปี ภรรยาและบุตรชาย นายกมล เหล่าประเสริฐโสภาพันธุ์ ผู้สูญหาย มารับการเก็บดีเอนเอ.จากกระพุ้งแก้ม เพื่อส่งไปเปรียบเทียบกับดีเอนเอ. ที่สถาบันนิติเวช. โดยนายปิยะศิริ ได้นำนางนลินรัตน์ และ นายจักรพรรดิ พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่สุสานเผานั่งยาง ป่าบ้านคำบอนเวียงชัย หมู่ 3 ต.หนองแวง อ.บ้านผือ เพื่อตรวจดูสภาพพื้นที่เกิดเหตุเผานั่งยางทั้ง 23 จุด ขณะที่นางนลินรัตน์ และนายจักรพรรดิ ได้จุดธูปไหว้บริเวณจุดเกิดเหตุ พร้อมอธิฐานขอให้ทางตำรวจที่กำลังทำการสืบสวนสอบสวน ส่ามารถติดตามทราบผู้เสียชีวิตเป็นใคร

201605111743574-20021028190339

ขณะที่นายปิยะศิริ ตอบข้อซักถามว่า กรณีพบจุดเผานั่งยาง 23 จุด หากจะรับเป็นคดีพิเศษได้ ต้องมีการร้องขอจากทางผู้เสียหาย ให้คณะกรรมการคดีพิเศษ หรืออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นำเสนอเข้าพิจารณาว่า จะสามารถรับเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ ซึ่งตนไม่สามารถให้คำตอบได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้ามีผู้เสียหายประสงค์จะให้เป็นคดีพิเศษก็สามารถยื่นเรื่องเข้ามาได้”

“ส่วนกรณีนายดารา พาไสย์ ผู้เสียหายที่ขอรับการคุ้มครองพยานจากทางดีเอสไอ เนื่องจากเป็นพยานสำคัญในคดี และประสงค์ให้ทางดีเอสไอคุ้มครอง เนื่องจากมีความรู้สึกและมีข้อเท็จจริงว่าถูกคุกคาม ทางดีเอสไอจึงตัดสินใจให้ความคุ้มครองพยาน แต่ในเรื่องของคดีนายดาราฯ ตอนนี้ ยังอยู่ในสำนวนของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ยังคงต้องเดินต่อไป แต่ทางดีเอสไอก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไร เราสามารถทำงานควบคู่กันไปได้” นายปิยะศิริ กล่าว