อินไซด์กฎทำบัญชี-ไทม์ไลน์ คำสั่ง ‘สว.-รองผบก.’ ขีดกรอบ ‘คุณสมบัติ-นโยบาย-ต้องย้าย-ห้ามขยับ’ ชงก.ตร.ขยายเวลา!!

เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานความคืบหน้าเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร(สว.) ถึง รองผู้บังคับการ(รองผบก.) วาระประจำปี 2561 ที่ขณะนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณารายชื่อระดับกองบัญชาการ เตรียมส่งให้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ภายในวันที่ 25 มกราคม โดยในวันที่ 30 มกราคม จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) เพื่อขออนุมัติขยายเวลาในการแต่งตั้งสว.-รองผบก.61ออกไปอีก 30 วัน

มีรายงานว่าในที่ประชุมผู้เกี่ยวข้องการทำการแต่งตั้งโยกย้ายระดับตร. กำหนดไทม์ไลน์การแต่งตั้งโดยในวันที่ 8-10กุมภาพันธ์ ผบ.ตร. จะลงนามคำสั่ง จากนั้นกำหนดเดินทางรายงานตัวตามคำสั่งในวันที่  12  กุมภาพันธ์

ขณะที่มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคม 17.00 น.ที่ห้องประชุมสำนักงานกำลังพล(สกพ.) มีการประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจในส่วนที่จัดทำบัญชีการแต่งตั้งของทุกหน่วยกองบัญชาการ โดยซักซ้อมการปฏิบัติการแต่งตั้ง โดยมีการกำชับให้ปฎิบัติดังนี้

1.ในหน่วยระดับ กองบังคับการ(บก.)ให้กันเลขหนังสือเพื่อการออกคำสั่งไว้ก่อน
2.ในระดับรองสารวัตรที่จะได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในครั้งนี้ อาจไม่มีการเลื่อนในตำแหน่งหลัก ต้องเลื่อนในตำแหน่ง สว.สอบสวน เพราะมีการปรับยุบตำแหน่ง สวป.และเปิดตำแหน่งสายสอบสวนจำนวนมากโดยในการแต่งตั้งต้องจัดให้มีกำลังพลเพียงพอในการเข้าเวรสอบสวน ไม่ใช่มีแต่ รอง ผกก.สอบสวน 1 ตำแหน่ง และ สว.สอบสวน 1ตำแหน่ง แต่ไม่มี รองสว.สอบสวน เลยกระทบการจัดเข้าเวรสอบสวน
3.ต้องปรับเกลี่ยจำนวน สวป.ให้เหลือตามกรอบที่กำหนดในแต่ละ สภ. ยกเว้นไม่สามารถปรับเกลี่ยไปตำแหน่งสอบสวนได้ เนื่องจากไม่มีคุณสมบัติหรืออายุมากแล้วใกล้เกษียณ ทั้งนี้การย้ายหรือปรับเกลี่ยตำแหน่ง สวป.ต้องดู คุณสมบัติด้วย ถ้าไม่มีคุณสมบัติก็ให้อยู่ตำแหน่งเดิมไว้เพราะเป็นตำแหน่งเฉพาะตัว หน่วยอาจพิจารณาปรับหมุน สวป. ที่ไม่มีคุณสมบัติสอบสวน ไป สาย สส.จร. ได้ แล้วปรับคนมีคุณสมบัติสอบสวนไปลงสอบสวนแทน แต่ สวป.ที่มี คุณสมบัติ ลงสอบสวนได้ต้องไปสอบสวนก่อน โดยคำนึงถึงหลักความเหมาะสมและต้องปรับเกลี่ย รอง สวป.เข้าสายงานสอบสวนด้วยเพื่อให้มีกำลังพลเพียงพอในการเข้าเวรสอบสวน

4.ผู้ที่ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน 1 ปี ห้ามย้าย ยกเว้นมีนโยบาย หรือตำแหน่งที่เกินกรอกกำหนด
5.ขณะนี้มีการปรับโครงสร้างและคัดตำรวจเข้าหน่วยพิเศษด้วย
6.หัวหน้าสถานีตำรวจที่ดำรงตำแหน่งเดียวติดต่อกัน 4 ปีต้องย้าย
7.การขอยกเว้นลดจำนวนเวลาการดำรงตำแหน่งในแต่ละระดับตำแหน่ง ห้ามขอเด็ดขาด เพราะต้องชี้แจงต่อคณะรัฐมนตรี
8.อาวุโสร้อยละ 33 ให้แต่งตั้งเลื่อนสูงขึ้นทุกราย ถ้าไม่เลื่อนตำแหน่งต้องอยู่ในบัญชีผู้ไม่เหมาะสม
9.รอง สว.,สว.ที่อาวุโสร้อยละ 33 ไม่มีคุณสมบัติ สาย ป.ต้องขึ้น งานอำนวยการอย่างเดียว สำหรับหน่วยไม่มีตำแหน่งรองรับ ตอนนี้ พบที่ ภ.3 ภ.5 หน่วยขึ้นตรงตร. ต้องหาทางแก้ไขไปขึ้นนอกหน่วย หรือ ขึ้นใน ตร. 10.สถานีใดถูกจับอบายมุขโดยชุดเฉพาะกิจมหาดไทย ส่งเรื่องไป ปปท.ให้รายงาน ตร.ด้วยทุกราย เนื่องจากนายกรับมนตรีสั่งให้ย้าย ไม่ให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น

11.ระวังการปรับย้ายกลุ่มทำหน้าที่โลคัลแคท เว้นแต่สมัครใจย้ายเอง
12.กลุ่มผ่านการฝึกครูต้นแบบจิตอาสา ห้ามย้ายโดยไม่มีเหตุผลความจำเป็น
13.ผกก.-รอง ผบก.จะมีการประชุมบอร์ดกลั่นกรองก่อน ส่วน สว.-รอง ผกก.จะทำต่อหลังชุด ผกก.-รอง ผบก.ประมาณ 1 สัปดาห์ แต่คำสั่งจะมีผลพร้อมกันทั้งหมด
14.ตรวจ เตรียมความพร้อม  ดำเนินการตามนโยบายที่ให้ไปก่อน แต่อย่าขยับอะไรมากเพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด  โดยพวกปรับเกลี่ยตำแหน่งให้ดูและพิจารณาให้ดีๆ
15.การดำเนินการทางธุรการทำให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย ขณะที่พวกถูกดำเนินการทางวินัย มีกรณีเสียหาย แจ้งให้ ตร.ทราบด้วย ทั้งนี้คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งยังใช้ของเดิมได้กฎหมายรองรับ
16.ถ้ามีนโยบายซ้ำซ้อนให้ใช้หลักหมุนเวียนก่อน พวกเลื่อนสูงขึ้นให้แขวนไว้และแจ้ง ตร.ทราบด่วน

ทั้งนี้มีรายงานว่า ภายหลังที่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา  การประชุมบริหารตร. ในวันพรุ่งนี้  (25 มกราคม ) จะมีการนำประเด็นว่าช่วงเวลานี้ แม้ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ แต่สามารถแต่งตั้งข้าราชการการตำรวจระดับ สว.ถึง รอง ผบก.วาระประจำปี2561 ได้หรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ม.ขอนแก่นจับมือหนองคาย นำรูปหล่อหลวงพ่อคูณให้ชาวอีสาน-ลาวกราบ
บทความถัดไปพบปลูกข้าวนาปรังเกินกว่าแผน ชป.วอนเกษตรกรไม่ต่อหลังเก็บเกี่ยว สำรองน้ำไว้ใช้