เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 27 ม.ค.ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ., พ.ต.อ. สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.สายตรวจ เจ้าหน้าที่รถยนต์สายตรวจ งานสายตรวจ 3 ได้เเถลงข่าวการจับกุมเหตุอาวุธปืน ต้องสงสัยว่าจะเตรียมนำไปก่อเหตุว่าเมื่อคืนช่วงเวลา ประมาณ 03.00 น. ว่าตนได้สั่งการให้ตรวจสอบเหตุกรณีรับแจ้งเหตุมีผู้ถูกข่มขู่ด้วยอาวุธปืน หลังจากได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ร.ต.อ.สยาม ร้อยเวร ได้ติดต่อกลับไปหาผู้แจ้งเพื่อสอบถามรายละเอียดอีกครั้งได้ความว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสองมาเติมน้ำมันในปั๊มเเต่พูดจาวกวนดูมีพิรุธเหมือนเตรียมจะลวมือทำอะไรสักอย่าง ผู้เเจ้งเหตุได้มองไปที่กระเป๋าสะพายข้าวสุงเกตุว่าภายในกระเป๋าเหมือน มีวัตถุคล้ายด้ามปืนโผล่จึงได้โทรเเจ้ง 191 เจ้าหน้าที่ตำรวจ191จึงได้ทำการแจ้งข้อมูลไปยังรถยนต์สายตรวจประจำเขตของงานสายตรวจ 3 เพื่อไปที่เกิดเหตุเเละประสานทำการสกัดจับ
พร้อมไปถึงสถานที่เกิดเหตุบริเวณปั้มน้ำมันพีที บรมราชชนนี 47 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯทราบว่ามีผู้ก่อเหตุจำนวน 2 คน เป็นชายวัยรุ่น อายุประมาณ 25-30 ปี หลังจากก่อเหตุแล้วได้ขับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียนป้ายแดง หมายเลข ก 8777 ชลบุรี หลบหนีมุ่งหน้า ถ.พระราม2 จนเมื่อเวลาประมาณ 03.20 น. จึงสามารถติดตามจับกุมได้ที่บริเวณหน้าการประปาภาษีเจริญ แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพ พบผู้ก่อเหตุคือ นายกฤษฎา หรือ อ้น โป๊ะแก้ว (ผู้ขับขี่) และ นายแบ้ง ทองแท้(ผู้โดยสาร) (ทราบชื่อบุคคลทั้งสองในภายหลัง)สอบถามบุคคลทั้งสองให้การในลักษณะวกวน เมื่อสอบถามถึงเรื่องอาวุธปืน นายแบ้ง (ผู้โดยสาร) รับว่ามีอาวุธปืนอยู่ในรถคันดังกล่าวจริง ซึ่งเป็นของ นายกฤษฎา(ผู้ขับขี่) ได้ให้ตนนำไปเก็บไว้ใต้เบาะที่นั่งผู้โดยสาร เมื่อตรวจสอบใต้เบาะที่นั่งผู้โดยสาร พบกระเป๋าสะพายสีดำภายในบรรจุอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์พร้อมเครื่องกระสุน จำนวน 1 นัด

เมื่อสอบถามถึงเรื่องยาเสพติด บุคคลทั้งสองได้ยอมรับว่าได้เสพกัญชาก่อนที่จะออกจากที่พัก โดยยังมีกัญชาเหลืออยู่อีกที่ห้องพักเลขที่ 112/348 ซ.พระราม 2 28 แยก 9 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพ และสมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจค้นโดยความสมัครใจ ผลการตรวจค้นปรากฏว่าพบกัญชา บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสวางอยู่กลางพื้นห้องน้ำรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 20 กรัม

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวในความผิดฐาน “ร่วมกันทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือ ตกใจ โดยการขู่เข็ญด้วยประการใดๆ , ร่วมกันพกพาอาวุธปืนในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร , ร่วมกันครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่ได้ออกให้โดยผิดกฎหมาย ,ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชา)โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชา)โดยผิดกฎหมาย “ โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาที่งสองรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


