รองโฆษกตร.แจงยิบ’จักรทิพย์’เซ็นตั้ง’รองผบก.-สว.’ครบแล้ว มั่นใจแฟร์ที่สุด-ปัดข่าวบินมาเลย์วานนี้

12.05.16 | 16:16 น.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งสารวัตร (สว.) ถึงรองผู้บังคับการ (รองผบก.) วาระประจำปี 2558 เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม โดยทุกคำสั่งมีผลวันที่ 11 พฤษภาคมว่า จะออกคำสั่งพร้อมๆ กัน ผ่านเว็บไซต์กองสารนิเทศ www.https://saranitet.police.go.th/ จนถึงวันนี้ยังไม่มีการเผยแพร่คำสั่งดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ ว่า กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นประเด็นปัญหามากมาย และสื่อไปในทางที่ทำให้เกิดความสับสนในหมู่พี่น้องสื่อมวลชนและประชาชน การโพสต์ข้อความต่างๆ เป็นเรื่องที่อยากจะฝากไว้ว่า ณ วันนี้ ผบ.ตร.ลงนามในคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอกระบวนการทางสำนักงานกำลังพล (สกพ.) ตรวจสอบความเรียบร้อยของคำสั่งอยู่ คงจะประกาศคำสั่งในไม่ช้านี้


ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีการระบุชัดเจนว่าทุกคนจะต้องไปปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 11 พฤษภาคม ขณะนี้ยังไม่เห็นคำสั่งทำให้เกิดความสับสนหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า ไม่สับสน เพราะคำสั่งมีผลแล้ว แต่ว่าบุคคลที่ยังไม่ได้รับทราบคำสั่ง ยังดำเนินการแบบเดิมไปก่อน จนกว่าจะมีการแจกคำสั่ง เมื่อเซ็นรับทราบคำสั่งแล้ว จะมีเวลาเดินทางตามระเบียบอยู่แล้ว โดยมีเวลาเดินทาง ถ้าอยู่ไกลก็หลายวันหน่อย อันนี้เป็นไปตามกระบวนการแต่งตั้งโยกย้าย ไม่มีปัญหา ส่วนระเบียบจะมีผลเมื่อไหร่นั้น ก็ 1-2 วันจะได้เห็นคำสั่ง เพราะ ผบ.ตร.เคยให้สัมภาษณ์แล้วว่าได้ลงนามในคำสั่งเรียบร้อย และที่เดินทางไกลหน่อยมีเวลาเดินทางถึงวันที่ 16 พฤษภาคม

เมื่อถามว่า มีการระบุว่าลักษณะการแต่งตั้งนั้น เหมือนกับว่าปัญหาหลายๆอย่างถาโถมเข้ามา โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กรณีซื้อขายตำแหน่งตามที่นายทหารเคยระบุไว้ มีความกังวลหรือไม่ รองโฆษกตร. กล่าวว่า ผบ.ตร.ไม่กังวลอะไรเลย เนื่องจากทำตามกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายปกติ แต่ทำด้วยความรัดกุมและรอบคอบ ปัญหาบางส่วนก็ยังมี ที่แจกจ่ายล่าช้าเพราะมีบางส่วนในทางธุรการ ในการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคล เช่น บางคนเปลี่ยนชื่อ แต่ทางธุรการยังไม่ได้แจ้ง ทางคำสั่งต้องมาแก้ไข

เมื่อถามว่า นายทหารคนดังกล่าวที่เคยระบุก่อนหน้านี้ มีการพบหลักฐานในเรื่องของการซื้อขายตำแหน่ง โดยเฉพาะการจ้างออกนั้น พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า ผบ.ตร.มีการดำเนินการเฉียบขาดอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ให้เกิดขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติแน่นอน ไม่ต้องห่วงและไม่ต้องกังวล เป็นไปตามโรดแมปที่วางไว้ทุกประการ

Advertisement

เมื่อถามว่ามีหลายคนที่มีคำสั่งออกมา ลักษณะเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการโยกย้าย จะมีการฟ้องร้องหลังจากประกาศคำสั่งหรือไม่ รองโฆษกตร. กล่าวว่า ไม่มี การแต่งตั้งใช้มติ ก.ตร. เป็นคณะกรรมการลงมติ ประชุมเสร็จก็ออกคำสั่งเลย ส่วนที่จะมาฟ้องร้องกันภายหลังนั้น ถือว่าเป็นสิทธิ์ในกระบวนการ ทุกปีก็มีแบบนี้ คนสมหวังและคนไม่สมหวัง ไม่ใช่ว่าปีนี้ประหลาด ทุกหน่วยราชการก็เป็นไม่ใช่เฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปีนี้เป็นปีที่แฟร์ที่สุดแล้ว อยากจะฝากถึงพี่น้องสื่อมวลชนว่า ในเรื่องการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตำรวจไม่มีปัญหาอะไรเลย เพียงแต่ว่ามีการกระพือข่าวกันไปเอง

เมื่อถามว่ามีข้าราชการตำรวจสงสัย โดยเฉพาะในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าตัวเองยังไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า การแต่งตั้งโยกย้ายทุกๆ ปีต้องเป็นแบบนี้ แม้กระทั่งตัวเองที่เคยผ่านการแต่งตั้งมาไม่รู้กี่ครั้ง เมื่อถามว่าจะทำให้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ เนื่องจากทุกคนรอลุ้นคำสั่งอยู่ รองโฆษกตร. กล่าวว่า การแต่งตั้งเป็นแบบนี้ทุกหน่วยราชการ

เมื่อถามว่าแต่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า หากคำสั่งถึงแม้จะมีการเซ็นแล้ว ตัวบุคคลยังไม่ไปลง ตอนนี้ยังมีแบบนั้นหรือไม่ รองโฆษกตร. กล่าวว่า ในส่วนนี้เป็นรายละเอียดและความลับในที่ประชุม ตนไม่ทราบ แต่ ณ วันนี้ ผบ.ตร.ลงนามคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาและความเสียหายอะไรเกิดขึ้น ในส่วนที่ไปลงในเฟซบุ๊กและโจมตีว่า ผบ.ตร.ได้เดินทางไปประเทศมาเลเซียแล้ว พร้อมมีรูปภาพ ผบ.ตร.ตอนนั่งหลับบนเครื่องบินนั้น ขอยืนยันว่าเมื่อวันที่ 11พฤษภาคม ผบ.ตร.ประชุมและอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้งวัน

“คนไทยเราควรมานั่งพูดคุยกันเรื่องสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล บนเครื่องบินต้องทำความเข้าใจสิทธิและเสรีภาพ คนที่ถ่ายรูปมาขอประณาม เป็นบุคคลที่ไม่เข้าใจคำว่าสิทธิเสรีภาพ ผบ.ตร.อาจจะเดินทางหลายปีแล้ว แต่ไปที่ไหนไม่ทราบ เพราะเรื่องส่วนตัวท่าน ขึ้นเครื่องและนั่งหลับ และมีการถ่ายภาพเอามาโพสต์แบบนี้ และเอามาเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน หรือเผยแพร่ในสาธารณะชน ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และเสรีภาพส่วนบุคคล ลองนึกย้อนกลับกันว่าถ้าโดนถ่ายแบบนี้บ้างจะรู้สึกอย่างไร เพราะผบ.ตร.เป็นผู้นำองค์กรที่สำคัญ และเอามาปะติดปะต่อว่าเดินทางไปต่างประเทศแล้วจะมีการเซ็นคำสั่งได้อย่างไร ผบ.ตร.เพิ่งเดินทางไปประเทศมาเลเซียวันนี้ในช่วงเช้า โดยเดินทางไปราชการ เพราะมีการแข่งขันรักบี้ประเพณีครั้งที่ 31 ซึ่ง ผบ.ตร.มาเลเซียเป็นประธาน” พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าว

เมื่อถามว่าแสดงว่าภาพ ผบ.ตร.บนเครื่องบินเป็นภาพเก่าใช่หรือไม่ รองโฆษกตร. กล่าวว่า ภาพเก่านานแล้ว แต่จำไม่ได้ว่าเดินทางไปที่ไหน เดินทางไปราชการต่างจังหวัดในเมืองไทยนี่แหล่ะ ไม่เกี่ยวกับการเดินทางไปประเทศมาเลเซียเลย เมื่อถามต่อว่าลักษณะการละเมิดสิทธิแบบนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะ ผบ.ตร.จะมีการฟ้องหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าว ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบแล้ว การละเมิดแบบนี้เป็นทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ขณะเดียวกันอยากประชาสัมพันธ์ เราเป็นฝ่ายบังคับใช้กฎหมาย ไม่อยากให้ประชาชนโดนในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ต้องดูเรื่องสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลด้วย ถ้าเกี่ยวข้องกับกฎหมายในมาตราไหนก็ต้องดำเนินการ ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการอยู่

เมื่อถามว่าภาพ ผบ.ตร.บนเครื่องบินนั้น ถ่ายโดยประชาชนหรือเป็นคนใกล้ชิด พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า ในภาพนั้น ผบ.ตร.เดินทางคนเดียว เมื่อถามว่าหากเป็นประชาชนที่ถ่ายรูปจะมีการติดตามตัวบุคคลหรือไม่ รองโฆษกตร. กล่าวว่า ติดตามแน่นอน ส่วนสื่อมวลชนที่นำมาเผยแพร่ต่อนั้น สื่อมวลชนก็ต้องดู ผบ.ตร.ได้เคยพูดไว้เมื่อคราวที่แล้วในเรื่องของจรรยาบรรณของการเสนอข้อมูล ไม่อยากจะย้ำอีก ฝากเรียนพี่น้องสื่อมวลชนด้วย อันไหนที่ช่วยให้สังคมดีขึ้นช่วยเถอะ ไม่อยากจะพูดถึงจรรยาบรรณของสื่ออีกต่อไป ที่สำคัญคือการรับผิดชอบทางสังคมของประชาชน คนที่แอบถ่ายชาวบ้านและเอามาโพสต์แบบนี้เป็นตัวท่านเองจะรู้สึกอย่างไร

“ฝากพี่น้องสื่อมวลชนมีอะไรก็พูดกัน ถามข้อมูลให้แน่ชัด ออกมาข้อมูลจะได้ละเอียดและรอบคอบ เมื่อวาน ผบ.ตร.อยู่ทั้งวัน แต่ยังมีบางฉบับที่เอามาลงว่า ผบ.ตร.เดินทางไปประเทศมาเลเซียแล้ว หนีการลงนามคำสั่ง ทำให้สังคมสับสนอย่างมาก มีการลงนามคำสั่งเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้คำสั่งค่อยๆทยอยออกมา เพราะว่าการประชุมกลั่นกรองแต่ละวันพอประชุมเสร็จก็ออกคำสั่งในส่วนที่ออกคำสั่งได้เลย เห็นมีสื่อหลายฉบับลงไปบ้างแล้ว ล่าสุดมีการลงนามคำสั่งทุกฉบับเรียบร้อยแล้ว” พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าว