‘บิ๊กต๊อก’ให้ศอตช.ดูคดีคลองด่าน หลัง’วิษณุ’ตั้งข้อสังเกตป.ป.ช. ไม่ฟ้องเอกชน

13.05.16 | 13:32 น.
(แฟ้มภาพ)พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาตั้งข้อสังเกตในการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ฟ้องเอกชน ในคดีโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบในรายละเอียด โดยในส่วนของ ศอตช.นั้น อยากเข้าไปดำเนินการ แต่ต้องรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบก่อน เพื่อพิจารณาว่าจะให้ ศอตช.ลงไปดำเนินการหรือไม่ เพราะบางเรื่องมีความเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงาน อย่างไรก็ตาม บางเรื่องเราก็สรุปไปให้แล้ว ซึ่งตนก็จะตามเรื่องต่อไป


พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ในฐานะที่ดูแลงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และเรื่องนี้ก็มีการทุจริต จึงรายงานความเห็นของเราไป ประกอบกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็รายงานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งก็ได้ข้อยุติไปในระดับหนึ่ง สำหรับสิ่งที่สื่อถามกันนั้น เราก็ต้องมาดูในรายละเอียดกัน ขณะนี้ก็ยังตอบไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการประชุม ศอตช.ครั้งต่อไป จะมีการสอบถามในเรื่องนี้หรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ไม่ต้องรอให้มีการประชุม เพราะตนจะโทรศัพท์ไปสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพราะศอตช.สามารถสอบถามไปได้อยู่แล้ว เนื่องจากในศอตช.นั้น มีองค์กรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวอยู่ด้วย จึงสามารถสอบถามได้ ทั้งนี้ ขอให้เวลาตนก่อน เพราะมันไปเกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่อะไรอย่างนี้ และมันเป็นข้อเท็จจริง ซึ่งเราไม่สามารถตอบว่ามันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ได้ ดังนั้น จึงต้องให้เวลาตนได้สอบถามก่อนว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร

ถามต่อว่า ต้องรวบรวมรายละเอียดของคดีคลองด่านตั้งแต่แรกมาทั้งหมดหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ใช่ ซึ่งขณะนี้ได้ให้คณะทำงานของตนไปรวบรวมข้อมูลและลำดับเหตุการณ์อยู่ อีกทั้งหน้าที่ของ ศอตช.ก็ต้องทำเรื่องนี้อยู่แล้ว อย่างน้อยก็ต้องให้รู้ว่าข้อเท็จจริงมันเป็นประเด็นอะไร แต่ในแง่ของการที่จะไปดำเนินกฎหมายกับตรงนั้นตรงนี้ ซึ่งทางเราก็ได้ให้ข้อสรุปไปในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ มีแนวคิดว่าเมื่อเราเป็นศอตช. ก็ต้องมาดู เพราะประชาชนสนใจอยู่

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้มีข้อเสนอแนะอะไรมาหรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ไม่มีอะไร นายวิษณุก็สั่งไปตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ซึ่งปปง.ก็ได้ชี้แจงแล้ว สตง.ก็ออกมาพูดแล้ว ก็ว่ากันไปตามนั้น สำหรับศอตช.คิดว่าก็จะเอาจากตรงนั้นมาขยายผลว่าจะต้องทำอย่างไร

ถามถึงกรณีกลุ่มบริษัทเอกชนที่มีปัญหาว่าเหมือนกับถูกตัดตอนนั้น พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ซึ่งก็เป็นสิ่งที่พวกเราสงสัยอย่างไร ว่าศาลอาญาอย่างหนึ่ง ศาลปกครองอย่างหนึ่ง และคนเสนอข้อมูลทำไมเป็นอะไรอีกอย่างหนึ่ง ทำไมไม่ทำ คือเราก็สงสัยและตนก็สงสัยเหมือนกับทุกคน อีกทั้ง มันอยู่ที่คนให้ข้อมูลไปขนาดไหนอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานาน จึงต้องขอดูก่อน และมันก็จะเป็นผลว่าเราจะทำอะไรต่อไป หากเราไม่รู้ความจริงและไปบอกว่าทำนั่นทำนี่เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ ทั้งนี้ ต้องระมัดระวังด้วยเพราะเรื่องนี้ยังอยู่ที่ศาลด้วยตั้ง 2-3 คดี หากไปพูดมันก็จะไม่ดี