เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.)เปิดเผยถึงความคืบหน้าชาวกัมพูชา 11 คน อายุระหว่าง 16-26 ปี ถือวีซ่านักท่องเที่ยวอยู่เกินกำหนดอนุญาตหรือโอเวอร์สเตย์ถึง 500 กว่าวัน ปีกว่าเกือบ 2 ปี หลังจากเมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทหารพราน ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นโรงเรียนปอเนาะมัดรอลาดุลฟาละห์ หมู่ 4 ต.ถนน อ.มายอ จ.ปัตตานี จนลงนามคำสั่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ด่านสระแก้ว 7 นาย และหัวหน้าด่าน ตม.ปัตตานี และพวก 3 ราย มาปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ศปก.สตม.)และตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงทั้ง 10 นาย เนื่องจากพบว่าทั้ง 11 คนเข้ามาทางด่านคลองลึก ส่วน ตม.ปัตตานี ต้องกวดขันตรวจสอบผู้ที่อยู่ในประเทศเกินกฎหมายกำหนดแต่กลับละเลยให้ทั้ง 11 คน ไปซ่องสุมฝึกการต่อสู้
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ชาวกัมพูชาทั้ง 11 คนนั้นทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และ กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 ควบคุมตัวไว้ที่ศูนย์ซักถามในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เพื่อทำการซักถามข้อมูล กำหนดระยะเวลา 15 วัน จากนั้นจะส่งตัวมาให้ทาง สตม.ซึ่งตนก็จะทำการสอบสวนขยายผลว่ามีบุคคลใดเข้าให้การช่วยเหลือในการให้บุคคลทั้ง 11 คนเดินทางเข้ามาประเทศไทย หากพบก็จะติดตามจับกุมมาดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว หากการซักถามชาวกัมพูชาทั้งหมดเสร็จสิ้นไม่พบความผิดก็จะผลักดันออก หากพบความผิดก็จะต้องดำเนินคดีก่อนผลักดัน พร้อมทั้งขึ้นบัญชีห้ามเข้าประเทศต่อไป

