จับ 2 อิหร่านใช้หนังสือเดินทางบัลแกเรียปลอม หวังหลบหนีในไทย ก่อนไปประเทศที่ 3

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกันแถลงว่า พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2 พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จับกุมนายโมเสส ฮูมาน อายุ 43 ปี และนางเอสไมลี่ โฮลาซู อายุ 35 ปี สองผู้ต้องหาสัญชาติอิหร่านใช้หนังสือเดินทางประเทศบัลแกเรียปลอม

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทั้งฝ่ายสืบสวนและฝ่ายงานตรวจลงตรา ร่วมกันตรวจสอบคนต่างด้าวคล้ายชาวอาหรับต้องสงสัย ใช้หนังสือเดินทางปลอมเข้ามาเพื่อใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปประเทศที่ 3 พบผู้ต้องหาทั้งสองอ้างว่าเดินทางเข้าสายการบินกาตาร์ ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แล้วหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ผู้โดยสารขาออก กระทั่งออกมาแสดงตัวเพื่อขอรับการตรวจลงตรา แต่ผิดสังเกตเนื่องจากเที่ยวบินดังกล่าวมาถึงนานแล้วและไม่สามารถแสดงบัตรที่นั่งได้ จึงซักถามและนำหนังสือเดินทางบัลแกเรียข้างต้นไปตรวจสอบที่ศูนย์ตรวจสอบหนังสือเดินทางจนพบความผิดปกติ จากการซักถามผู้ต้องหาทั้งสองสารภาพว่า มีสัญชาติอิหร่านและนำหนังสือเดินทางอิหร่านที่ซ่อนไว้มอบให้ อ้างว่าเสียค่าใช้จ่ายในการหาหนังสือเดินทางปลอมประมาณ 600,000 บาท/คน ใช้เดินทางผ่านประเทศไทยเพื่อต่อไปประเทศที่ 3 จึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน ปลอมหรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม(หนังสือเดินทางบัลแกเรียปลอม) ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งจะได้ขยายผลต่อไป

“ผมและนายกิตติพงศ์สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ปฏิบัติงานในท่าอากาศยานต่างๆ เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติหน้าที่ โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะพร้อมใจกันทำหน้าที่ในฐานะประตูหลักของชาติ หากพบคนต่างด้าวมีท่าทีพิรุธอาจจะเข้ามากระทำผิดกฎหมายหลบซ่อนในพื้นที่ท่าอากาศยานให้แจ้งสายด่วน 1178 หรือเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยเร็ว” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว

บทความก่อนหน้านี้สื่อนอกเกาะติดการเมืองไทย อ้างถึงพระราชโองการร.10
บทความถัดไป‘ไกวโด’ ไม่ตัดโอกาส ‘มะกัน’ แทรกแซงเวเนฯ