รวบทันควัน นทท.จีนฆ่าชิงทรัพย์คุณยายคาคอนโดฯ ได้ที่ตม.เกาะสมุย

เมื่อเวลา 01.30น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ร.ต.ท.พิเชฐศักดิ์ ปิยรัตนสถิตย์ รองสว.(สอบสวน)สน.บางเขน รับแจ้งเหตุมีการฆาตกรรมภายในคอนโดฯนิวพอร์ตเพลสคอนโด แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมพ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.ปรเมษฐ โพยนอก รองผกก.สส.สน.บางเขน พ.ต.ต.เข็มกล้า มั่นพลับ สวป.สน.บางเขน พ.ต.ท.นิเวศน์ นิลวดี สว.สส.สน.บางเขน ร.ต.อ.พรชัย หว่องประเสริฐการ รองสว.สส.สน.บางเขน ฝ่ายสืบสวนสน.บางเขน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) แพทย์นิติเวชรพ.ภูมิพล และกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นคอนโดสูง4 ชั้น ที่อาคาร4ชั้น เมื่อมาถึงหน้าห้องเลขที่564/38 พบว่าประตูถูกล็อคจากด้านใน เจ้าหน้าที่ต้องถอดกระจกบานเกร็ดหน้าต่างหน้าห้องเพื่อเอื้อมมือไปปลดล็อคประตู จากการตรวจสอบภายในห้อง พบศพน.ส.อารยา ทรัพย์สวรรค์ อายุ70ปี ที่สภาพศพนอนหงาย ลิ้นจุกปากอยู่บนเตียง สวมเสื้อแขนยาวลายดอก กางเกงขายาวสีดำ บริเวณลำคอมีร่องรอยเขียวคล้ำ ตรวจสอบภายในห้องพบร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ต้องนำเชือกโปลิศลายมากั้นที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนนายวีรวิชญ์ เชื้อสุขศานต์ทอง อายุ30ปี ลูกชายผู้ตายกล่าวว่าแม่มีอาชีพขายเสื้อผ้าส่ง-ปลีกอยู่ย่านสะพานใหม่ ก่อนเกิดเหตุตนได้รับโทรศัพท์จากน้องชายว่าแม่หายตัวไปตั้งแต่เวลา12.00น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ โดยบอกว่าจะไปเปิดห้องเช่าให้คนที่มาเช่าห้องที่ดอนโดดังกล่าวและให้พ่อเป็นคนเฝ้าร้านขายเสื้อผ้า จากนั้นตนและน้องชายจึงเดินทางไปที่คอนโดดังกล่าวและพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว้ สีบรอนเงิน ทะเบียนป้ายเขียว 1ฒม 1523 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายจอดอยู่จึงรีบขึ้นไปดูบนห้องก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบจนทราบว่าแม่เสียชีวิตดังกล่าว

พ.ต.อ.อำนาจ กล่าวว่าจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของคอนโดพบว่ามีชายต่างชาติสัญชาติจีน อายุประมาณ 40ปี เข้าไปในห้องพร้อมกับผู้ตายเมื่อเวลาประมาณ13.00น. ก่อนจะเดินออกมาจากห้องคนเดียวเมื่อเวลา15.00น.โดยในมือถือเชือกสีชาวและถุงพลาสติกใส่ของบางอย่างออกมาด้วย ซึ่งจากการสอบถามลูกทราบชายดังกล่าวเป็นชาวจีนที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยและติดต่อขอเช่าห้อง โดยเมื่อ2ปีที่ผ่านมาชาวจีนคนดังกล่าวยังเคยยืนเงินจำนวน120,000 บาทและขโมยบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายและนำไปกดเงินจำนวน400,000 บาท ก่อนจะหลบหนีกลับประเทศจีนและขาดการติดต่อไป จนกระทั่งเมื่อ2 วันที่ผ่านมาได้รับการติดต่อกลับมาว่าจะคุยเรื่องการคืนเงินและทำการนัดพูดคุยกันที่ห้องดังกล่าว

พ.ต.อ.อำนาจ กล่าวต่อว่าเบื้องต้นคาดว่าน่าจะถูกฆาตกรรมชิงทรัพย์เนื่องจากทรัพย์สินของผู้ตายได้หายไปประกอบด้วยสร้อยคอทองคำหนัก1 บาท สร้อยคอมือ 2 บาท แหวน1 สลึง ได้หายไป และนอกจากนี้ภายในห้องยังพบร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สินภายในห้องอีกด้วย หลังจากนี้จะทำการประสานไปยังสตม. เพื่อทำการป้องกันกันและติดตามตัวชาวจีนคนดังกล่าวมาทำการสอบสวนก่อนจะเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศ


ต่อมา 11.30น. วันเดียวกัน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) กล่าวว่าภายหลังมีภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พบชายต้องสงสัยดังกล่าวคาดเป็นชาวต่างชาติสัญชาติจีน เบื้องต้นได้มีการภาพไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกด่านทั่วประเทศ เพื่อทำการสกัดจับเรียบร้อยแล้ว คาดว่าต้องมีความรู้จักกันกับผู้ตายพอสมควรจึงจะสามารถเข้าไปยังเคหะสถานยามวิกาลได้

ขณะที่เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัว นายอู่ เจอหมิง ชายชาวจีน อายุ29 ปี ถูกจับกุมได้บริเวณ ด่าน ตม.เกาะสมุย จ.สุราษฎาธานี ก่อนนำตัวเข้ามาสอบสวนขยายผลยังพื้นที่เกิดเหตุต่อไป เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

บทความก่อนหน้านี้ออกร้านภริยาทูต 57 ประเทศ ช่วยงาน ‘สภากาชาดไทย’
บทความถัดไปตำรวจเข้าตรวจสอบความเรียบร้อย การจัดวางโต๊ะหมู่บูชาของพรรคทษช.