พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนคดีรถเก๋งชนร้านเฟอร์นิเจอร์เสร็จ รอผลตรวจแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว นัดหมายให้คนขับรถเก๋งมารับทราบข้อกล่าวหา นำตัวส่งฟ้องทันที ยอดความเสียหายทั้งหมดกว่า 81.5 ล้านบาท ร้านเฟอร์นิเจอร์และร้านเหล็ก เกิดศึกแย่งตัวคนขับรถเก๋งไปออกทีวีเจ้าตัวและครอบครัวเครียดหนัก
ความคืบหน้าเหตุรถเก๋งพุ่งชนร้านบางกอกลิฟวิ่งมอลล์ ซึ่งเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ และเกิดไฟลุกไหม้รถเก๋งและลุกลามไหม้ร้านเฟอร์นิเจอร์หมดทั้งหลังค่าเสียหายประมาณ 80 ล้านบาท รวมถึงร้านเหล็กที่อยู่ติดกันเสียหายอีกประมาณ 1.5 ล้านบาท
ในส่วนของคดีทางพนักงานสอบสวน สภ.คอหงส์ ได้สรุปสำนวนเสร็จเรียบร้อยพร้อมที่จะส่งฟ้องศาลจังหวัดสงขลาได้ทันที ระหว่างนี้รอเพียงผลตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของนายพฤหัส แซ่จิว คนขับรถเก๋งเพียงอย่างเดียวเมื่อผลตรวจออกมาแล้วก็จะนัดให้นายพฤหัส มารับทราบข้อกล่าวหาและนำตัวส่งฟ้องศาลทันที
“ตั้ง 2 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย โทษปรับ 400-1,000 บาท และข้อหาขับรถขณะเมาสุรา โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000 -20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจระงับใบขับขี่ไม่เกิน6 เดือนหรือสั่งอายัติใบขับขี่”
รายงานข่าวว่ายอดความเสียหายขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้วเช่นกัน โดยในส่วนของร้านเฟอร์นิเจอร์ 80 ล้านบาท แยกเป็นโครงสร้างและที่พักอาศัย 40 ล้านบาท และสินค้าภายในร้าน 40 ล้านบาท ส่วนร้านเหล็กที่อยู่ติดกัน 1.5 ล้านบาท ทั้งความเสียหายของตัวอาคารและความเสียหายที่ไม่สามารถเปิดกิจการได้
รายงานข่าวว่า นายพฤหัส และครอบครัวทั้งพ่อและแม่ขณะนี้ยังอยู่ในภาวะที่สภาพจิตใจย่ำแย่อย่างหนัก ไม่พร้อมที่จะเปิดเผยตัวหรือให้สัมภาษณ์และปรากฏตัวต่อสื่อมวลชน และยังเกิดศึกแย่งตัวจากสถานีโทรทัศน์บางช่องที่พยายามติดต่อซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปสัมภาษณ์ที่กรุงเทพฯ ซึ่งทีแรกนายพฤหัส รับปากแต่สุดท้ายก็ปฏิเสธไป เพราะยังอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก
นายอัชอารีย์ วันดับดุลเลาะฮ์ อายุ 50 ปี เปิดเผยว่า เห็นใจกับครอบครัวคู่กรณีมากและพร้อมที่จะรับคำขอโทษและให้อภัย ยิ่งเห็นแม่ออกมายกมือไหว้ขอโทษตนก็เข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ดี ตนพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้มาคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันเสมอ ส่วนในทางคดีก็ว่ากันไป

