‘ดีเอสไอ’เคาะที่สอบ’พระธัมมชโย’17พ.ค.นี้ ทนายยัน”ท่านไม่ไปไหน ขอตายที่วัด”(คลิป)

16.05.16 | 14:59 น.

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 16 พฤษภาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ และพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร ร่วมกันแถลงการประชุมเพื่อพิจารณาการดำเนินการ กรณีวัดพระธรรมกายยื่นหนังสือให้ดีเอสไอเดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในวันนี้เวลา 14.00 น. ว่า ในวันนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยพนักงานอัยการร่วมสอบสวน ประชุมหารือร่วมกันแล้วพิจารณาเรื่องอาการเจ็บป่วยของพระธัมมชโย คณะพนักงานสอบสวนพบว่าเอกสารที่ทางวัดพระธรรมกายยื่นมาให้คณะพนักงานสอบสวนยังไม่ครบถ้วน เช่น เวชระเบียนการรักษาคนป่วย และเอกสารการมอบอำนาจยังไม่ถูกต้อง คณะพนักงานสอบสวนจึงให้ทางวัดนำเอกสารมายื่นให้เพิ่มเติมอีกครั้ง และจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 17 พฤษภาคม เวลา 10.00 น.


ผู้สื่อข่าวถามว่า เอกสารการมอบอำนาจที่ยังไม่ถูกต้อง จะต้องเป็นการเซ็นมอบอำนาจของพระธัมมชโยใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ใช่ ทางพระธัมมชโยจะต้องเป็นคนเซ็นมอบอำนาจให้ถูกต้อง เพราะเอกสารที่ยื่นมานั้นยังเซ็นมอบอำนาจไม่ถูกต้อง

เมื่อถามว่า หากพระธัมมชโย ป่วยจริงเป็นไปได้หรือไม่ที่คณะพนักงานสอบสวนจะเดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาที่วัด พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ขอให้ดีเอสไอประชุมร่วมกันอีกครั้ง เพื่อดูเรื่องอาการป่วยก่อน จึงจะมีคำตอบให้ ทั้งนี้ต้องดูเหตุผลความจำเป็น เพราะที่ผ่านมาโดยปกติหากดีเอสไอแจ้งข้อกล่าวหาใคร คนนั้นจะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหายังที่ทำการของดีเอสไอ อีกทั้งที่ผ่านมาในทางปฏิบัติถ้าจะแจ้งข้อกล่าวหาผู้ใดจะทำหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนยังที่ทำการ ยกเว้นถ้ามีเหตุอื่นจะพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป

Advertisement

“จริงๆ แล้ว แจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหา แจ้งตรงไหนก็เหมือนกัน เพียงแต่วิธีการปฏิบัติเคยปฏิบัติไว้อย่างไร และครั้งนี้จะปฏิบัติอย่างไร จะต้องดูเหตุผลและความจำเป็น อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 17พฤษภาคม จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหลังการประชุม” พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เวชระเบียนที่ดีเอสไอต้องการคืออะไร เพราะทางทนายความระบุว่า มีการจัดทำห้องพักรักษาอาการป่วยเหมือนกับที่โรงพยาบาล อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เป็นรายละเอียดของการรักษา ต้องขอดูรายละเอียดในการตรวจและการรักษาด้วย อย่างไรก็ตามโดยปกติแล้วการออกเวชระเบียนการรักษาพยาบาลจะต้องเป็นการออกให้โดยโรงพยาบาล ส่วนจะจำเป็นหรือไม่ ในการให้แพทย์จากข้างนอกมาร่วมดูเอกสารการรักษานั้น เราจะต้องขอดูรายละเอียดทั้งหมดก่อน ว่าสามารถตรวจดูเองได้หรือจะต้องให้แพทย์ผู้ชำนาญการมาร่วมให้คำตอบด้วย อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ทางวัดได้ส่งเอกสารมาบางส่วนแล้ว จะต้องขอดูเพิ่มเติมในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ก่อน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายเดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิดดีเอสไอ ในมาตรา 157 อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ถือว่าเป็นสิทธิ์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่จะเดินทางไปร้องเรียนดังกล่าว ในส่วนของการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย ทางคณะพนักงานสอบสวนยืนยันว่า เราดำเนินคดีตามพยานหลักฐานและทุกอย่างทำตามขั้นตอนของกฎหมายอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า แถลงการณ์ของวัดพระธรรมกาย มีการนำคดีเก่ามาปะปนกับคดีใหม่ ดีเอสไอจะทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างไร พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า จะต้องเรียนว่าคดีที่นายศุภชัย ศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น กระทำความผิดมีหลายกรรมต่างวาระ และมีข้อกล่าวหาที่เราดำเนินคดีไปแล้วหลายคดี ทั้งคดีฉ้อโกงประชาชน คดียักยอกทรัพย์ และคดีลักทรัพย์นายจ้างหลายกรรมต่างวาระ ในส่วนที่เราแจ้งข้อกล่าวหากับผู้รับ ในฐานะรับของ จองหรือฟอกเงินนั้น เรามีพยานหลักฐานเพียงพอ

เมื่อถามว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีแพทย์ที่รักษาอาการป่วยของพระธัมมชโย เดินทางมาพบคณะพนักงานสอบสวนด้วย ได้มีการสอบปากคำหรือไม่ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เป็นการยื่นเอกสารเพียงอย่างเดียว เราจะตรวจเอกสารทีมแพทย์ได้นำมายื่นอีกครั้ง ทั้งนี้แพทย์ที่รักษาอาการป่วยของพระธัมมชโยมีทั้งหมด 3 คน ส่วนจะเป็นการรักษาในนามส่วนตัวหรือในนามโรงพยาบาลนั้น ทางเราต้องขอดูรายละเอียดอีกครั้ง

เมื่อถามถึงกรณีภาพถ่ายอาการป่วยของพระธัมมชโย เห็นเพียงบริเวณขาแต่ไม่เห็นหน้า ตรงนี้จะมีการร้องขอให้ทางวัดถ่ายให้เห็นหน้าหรือไม่ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เป็นเหตุผลที่คณะพนักงานสอบสวนพิจารณาไว้ส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ แล้วแต่ทางวัดหากมีเอกสารอะไรจะมายื่นให้เพิ่มเติม ส่วนความพร้อมที่ดีเอสไอจะเดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาที่วัดพระธรรมกายนั้น ต้องขอให้มีการประชุมในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ก่อน

ทนายธัมมชโย

ด้านนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ายื่นเอกสารต่อคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรณีอาการป่วยของพระธัมมชโย ว่า ในวันนี้ไม่ได้พูดคุยใดๆ กับคณะพนักงานสอบสวน เพียงแต่มามอบเอกสารเพิ่มเติมให้กับคณะพนักงานสอบสวนเท่านั้น เป็นเอกสารเกี่ยวข้องกับการรักษาอาการป่วยของพระธัมมชโย อีกทั้งยังได้พาแพทย์ 2 คน ที่รักษาพระธัมมชโยมาพบพนักงานสอบสวนด้วย เพื่อให้คณะพนักงานสอบสวนสอบถาม ส่วนอาการป่วยของพระธัมมชโย ขอให้สอบถามทางแพทย์มากกว่า เนื่องจากไม่เข้าใจศัพท์ทางการแพทย์ เพราะแพทย์จะเขียนเป็นภาษาอังกฤษและไทยไว้ จึงอยากให้สอบถามแพทย์จะดีกว่า ทั้งนี้น่าจะเป็นไปตามที่แพทย์ทั้ง 2 คนเคยแถลงไว้ก่อนหน้านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า กระแสข่าวว่าพระธัมมชโยเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว นายสัมพันธ์ กล่าวว่า พระธัมมชโยพูดกับตนอยู่ตลอดว่าจะไม่ไปไหน และจะขอตายอยู่ที่วัด ทั้งนี้ ไม่ได้นำเรื่องคดีเข้าไปคุยกับพระธัมมชโยเลย เนื่องจากพระธัมมชโยมีอาการป่วย จึงไม่อยากนำเรื่องเครียดไปให้พระธัมมชโยเป็นกังวล เรื่องคดีตนจะเป็นผู้จัดการเอง