รวบ 11 คน โพสต์-แชร์บิดเบือนให้ร้ายรัฐบาล-บิ๊กตู่-บิ๊กแดง เพิ่มเกณฑ์ทหาร เป็น 4 ปี

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 24 ก.พ. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช. สตม. พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก. ปอท. พล.ต.ต. พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก. สส. สตม. พล.ต.ต. อาชยน ไกรทอง ผบก. ตม. 3 พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. ได้ร่วมกันแถลงข่าวการดำเนินการกับผู้ต้องหากระทำความผิดตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯตามที่มีบุคคลนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ได้แก่นายสมชาย (สงวนนามสกุล) และน.ส.จุไรรัตน์ (สงวนนามสกุล) และผู้แชร์ 9 ราย โดยได้มีการโพสต์บทความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาลในเว็บไซต์ jookthai. com โดยพาดหัวข่าวว่า“ เกณฑ์ทหาร 2 เป็น 4 ปี” และ“ บิ๊กแดงจับมือบิ๊กตูร่างกฎหมายใหม่ทหารเกณฑ์เป็น 4 ปีเต็มไม่มีพลัดห้ามกลับบ้าน” พร้อมการนำภาพพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกมาตัดต่อรวมกันเพื่อนำมาเป็นสื่อกระจายแก่บุคคลต่าง ๆ

พล.ต.ต.ไพบูลย์ เปิดเผยว่า การดัดแปลงดังกล่าวอาจส่งผลทำให้ประชาชนที่ได้รับสื่อเกิดความตื่นตระหนกและหลงเชื่อได้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลจริงต่อมาพ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมายคสช. ได้รับมอบอำนาจจากคสช. ให้มาร้องทุกข์กล่าวโทษในกรณีดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวนกก. 3 บก. ปอท. จากการสืบสวนทราบว่ามีผู้เผยแพร่และส่งต่อข่าวปลอมดังกล่าวซึ่งกระทำผิดฐาน“ นำเข้าเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” ตามมาตรา 14 (2/5) พ. ร. บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ. ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติมซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า มีผู้กระทำความผิดมาพบพนักงานสอบสวนบก. ปอท. จำนวน 11 รายประกอบด้วยผู้นำเข้า 2 รายและผู้แชร์ 9 รายซึ่งทางบก.ปอท. จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปดังนั้นในห้วงเวลานี้ใกล้สู่การเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม จะมีการหาเสียงจากผู้สมัครและอาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีสร้างความปั่นป่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งสร้างข่าวปลอมโจมตีใส่ร้ายป้ายสีรัฐบาลและผู้สมัครรับเลือกตั้งทำลายความเชื่อมั่นต่อความมั่นคงของประเทศและก่อให้เกิดความตื่นตระหนก ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่นำสื่อเหล่านี้ เผยแพร่ไปต้องต้องดำเนินคดี สิ่งสำคัญที่ตนยึดเป็นหลักมากกว่าการเลือกตั้ง คือการทำให้บ้านเมืองให้สงบ การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ทั้งชมและแชร์ ก็มีอัตราโทษเท่ากัน ตนขอประชาสัมพันธ์ประชาชนในการติดตามข่าวสารควรมีการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวสารมีสติไตร่ตรองก่อนแชร์หรือส่งต่อข่าวสารเพื่อไม่ให้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ

ด้านสมชาย ยอมรับว่า ตัวเว็บไซต์ jookthai. com เป็นตัวที่ตนทำขึ้นมาเอง แต่ตัวเนื้อข่าวนั้นตนไม่ได้เป็นคนลง

บทความก่อนหน้านี้‘เสียตังค์ 2หมื่นนะครับ ไม่ได้มาฟรี’ คลิปงานบวชคว้าไมค์โต้ รร.มัธยมวัดสิงห์ เตือนให้เบาเสียง
บทความถัดไปหาเสียงกาฬสินธุ์ เขต1 คักคัก! ‘ผู้สมัครภูมิใจไทย’ เคาะประตูบ้านขอคะแนนเสียง