สามีภรรยาร้องกองปราบ รื้อคดีลูกตกตึกดับปริศนา

16.05.16 | 15:58 น.

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 16 พฤษภาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายเควิน โจนส์ (Mr.Kevin Jones)อายุ 44 ปี ชาวอังกฤษ รองหัวหน้าฝ่ายจัดหน้าข่าว หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ (Deputy Chief Sub-Editor) นางเมทินี โจนส์ อายุ 56 ปี สองสามีภรรยา และนางจุฑาทิตย์ ไนเจิล บราวลี ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป. พร้อมยื่นหนังสือร้องเรียนให้ช่วยตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของ ด.ญ.อริสา มาเรีย โจนส์ อายุ 14 ปี บุตรสาวนายเควิน ที่ตกจากชั้น 40 คอนโดมิเนียม เดอะเมท เลขที่ 123 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2558 แต่จนถึงขณะนี้คดียังไม่คืบหน้า


นางเมทินี กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ด.ญ.อริสา เดินทางกลับจากประเทศเดนมาร์กมาเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศไทยในช่วงปิดภาคเรียน ก่อนเกิดเหตุบุตรสาวตนขอไปนอนค้างบ้านเพื่อนที่คอนโดมิเนียมดังกล่าว กระทั่งช่วงเช้าของวันต่อมาทราบว่าลูกสาวพลัดตกจากคอนโดเสียชีวิต หลังทราบข่าวได้ไปที่เกิดเหตุ พร้อมกับสอบถามผู้ปกครองเพื่อนของบุตรสาวถึงสาเหตุการเสียชีวิตกลับไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ทั้งที่ในคืนเกิดเหตุมีคนอยู่ในห้องหลายคน ทั้งผู้ปกครอง พี่ชาย เพื่อนบุตรสาว และแม่บ้านอีก 2 คน แต่ทั้งหมดกลับอ้างว่าขณะที่เกิดเหตุทุกคนในบ้านนอนหลับหมด มาทราบเรื่องอีกทีก็ตอน ด.ญ.อริสาเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้ผลการพิสูจน์ศพจากทางนิติเวช ระบุว่าพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดมากถึง 231 มิลลิกรัม ทั้งยังพบร่องรอยบาดแผลถลอกที่บริเวณแขนทั้งสองข้างคล้ายกับถูกครูดอย่างแรง จึงทำให้ตนและสามียังคงติดใจเคลือบแคลงสงสัยประเด็นการเกิดเหตุดังกล่าว จึงได้สอบถามความคืบหน้าของคดีไปยัง ร.ต.ท.บุญลือ ทางตรง พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เจ้าของคดีกลับพบว่ายังไม่มีความคืบหน้าใดๆ กระทั่งเมื่อเดือนมกราคม 2559 ทราบว่าคดีถูกโอนไปยัง ร.ต.ท.นพดล จำปาแขก พนักงานสอบสวนสน.เดียวกัน แต่เวลาผ่านไปไม่มีความคืบหน้าและเรื่องที่เกิดก็ถูกโอนกลับไปที่ ร.ต.ท.บุญลือ อีกครั้ง อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีการเชิญครอบครัวของเพื่อนบุตรสาวที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำ ทั้งที่เวลาล่วงเลยมานานกว่า 11 เดือนแล้ว ทำให้จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถทราบว่าลูกสาวเสียชีวิตจากสาเหตุใด อีกทั้งเรื่องดังกล่าวยังได้ส่งผลถึงการรับเบี้ยชดเชยประกันอุบัติเหตุที่ตนทำไว้ให้บุตร 3 บริษัทเป็นวงเงินรวมกว่าล้านบาท ขณะนี้บริษัทประกัน 1 ใน 3 แห่งปฏิเสธการจ่ายเงินชดเชย เนื่องจากพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในตัวบุตรสาวเกินกว่ากำหนด ส่วนอีก 2 บริษัทยังอยู่ระหว่างรอผลการสรุปสำนวนคดี

เบื้องต้น พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป. รับเรื่องไว้พิจารณา พร้อมกับสั่งการต่อไปยัง พ.ต.ต.ธนวัฒน์ หลีพงษ์ สาวัตรสอบสวน กก.1 บก.ป.ให้สอบปากคำสองสามีภรรยา และประสานติดต่อไปยังพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เจ้าของคดี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง