เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16 พฤษภาคม นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความบริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (NEWS) เดินทางไปที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถนนสรรพาวุธ เพื่อฟังคำพิพากษา ที่นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร ตัวแทนบริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์คฯ กับพวกรวม 6 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) เป็นจำเลยในคดีแพ่ง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 และให้การประชุมดังกล่าวเป็นโมฆะ
นายสุวัตร เปิดเผยว่า คำฟ้องโจทก์สรุปว่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2558 เวลา14.00น. จำเลยจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ณ ห้องแลนด์มาร์คบอลรูม ชั้น 7 โรงแรมเดอะแลนด์มาร์ค มีผู้ถือหุ้นทั้งกลุ่มเก่าและกลุ่มใหม่จำนวนมาก แต่ปรากฏว่าฝ่ายลงทะเบียนของจำเลยไม่รับลงทะเบียนผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่ทั้งหมดรวมทั้งโจทก์6คนด้วย เพราะเป็นบุคคลที่มีรายชื่อถูกห้ามเข้าประชุม โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งของประธานคณะกรรมการบริษัทจำเลย โดยมีชายฉกรรจ์หลายคนที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของจำเลยขัดขวางไม่ให้ผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่เข้าร่วมประชุม ขณะเดียวกันในที่ประชุมมีผู้ถือหุ้นพยายามซักถามเหตุผลที่ตัดสิทธิผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่ แต่ประธานที่ประชุมไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถาม และประธานที่ประชุมกลับดำเนินการประชุมอย่างเร่งรีบ ไม่เปิดโอกาสให้มีการอภิปรายและซักถาม โดยรีบสรุปเพื่อขอมติที่ประชุมอย่างเร่งรีบ การกระทำดังกล่าวของจำเลยไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.บริษัทมหาชน จำกัด พ.ศ.2535 มาตรา 102และ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 89/26 และหลักการบริหารจัดการหรือธรรมมาภิบาลที่ดีตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยการจัดประชุม การส่งหนังสือนัดประชุม และการลงมติในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน ดังนั้นโจทก์เห็นว่าการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 เมื่อวันที่ 29 เมษายน และมติที่ประชุมทั้ง 9 วาระดังกล่าวนั้นควรเป็นโมฆะ
นายสุวัตร กล่าวต่อว่า สาระสำคัญของคำพิพากษาศาลบอกว่าการที่จำเลยกีดกันไม่ให้โจทก์ที่เป็นผู้ถือหุ้นเข้าประชุมเป็นเรื่องที่ไม่ชอบ เป็นการละเมิดลิดรอดสิทธิ์ของโจทก์ ตามพ.ร.บ.บริษัทมหาชน จำกัด พ.ศ.2535 มาตรา 102 และโจทก์ยังมีชื่อในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและจำเลยได้รับรองการถือหุ้นของโจทก์ไว้ด้วย และมีการส่งจดหมายให้โจทก์เข้าร่วมประชุมพร้อมทั้งมีการจ่ายเงินปันผลประจำปีให้แก่โจทก์ ดังนั้นการที่จำเลยไม่ให้โจทก์เข้าประชุมจึงถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และศาลบอกว่าการที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละ30นั้นเป็นการครอบงำกิจการของจำเลย และขัดต่อหลักเกณฑ์ป้องกันการผูกขาด สิ่งเหล่านี้ยังไม่เคยมีคำพิพากษาใดๆหรือมีการตัดสิน แต่การกีดกันไม่ให้โจทก์เข้าร่วมประชุมจึงเป็นการใช้สิทธิ์โดยไม่ชอบ ศาลจึงพิพากษาให้การประชุมการลงมติต่างๆทั้งหมดในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ในวันที่ 29 เมษายน 2558 เป็นโมฆะและต้องถูกยกเลิก

