จากกรณีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 2 ราย ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงข่มขู่จี้ชิงทรัพย์รถขนเงิน ขณะทางพนักงานรถขนเงิน บริษัท BRINKS จำนวน 2 คน ได้เบิกเงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี เอ๊กตร้า ถนนเพชรเกษม กทม. เพื่อเตรียมนำไปเก็บรักษาชั่วคราวยังรถขนเงินของ บริษัท BRINKS ซึ่งเป็นเงินสด จำนวน 7,270,000 บาท โดยระหว่างรอขึ้นเงินส่วนอื่นอยู่นั้นจู่ๆมีคนร้าย 2 ราย ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ pcx สีดำ แผ่นป้ายทะเบียน 5กว 8564 กทม. หรือ 5กว 8764 กทม. ( ป้ายทะเบียนได้จากทางพยานในที่เกิดเหตุเห็น) ซึ่งเป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ โดยคนซ้อนลงมาแล้วใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า 1 นัด เป็นเหตุให้พนักงานขนเงินรีบวิ่งหลบวิ่งหนีไป 1 ราย จากนั้นคนร้ายได้ข่มขู่พนักงานอีกคนที่ถือถุงเงินอยู่ให้ส่งมาให้ ก่อนพนักงานตัดสินใจโยนถุงเงินให้คนร้ายก่อนลากถุงเงินขึ้นรถแล้วเปลี่ยนมาเป็นคนขี่ก่อนพากันหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาในการก่อเหตุเพียงแค่ 10 วินาที เหตุเกิดบริเวณหน้าทางเข้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี เอ๊กตร้า ถนนเพชรเกษม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วยพ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ภิญโญ ผกก.สส.บก.น. 9 พ.ต.อ.นภดล กาญจนพันธุ์ ผกก.สน.หนองค้างพลู และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น.และสน.หนองค้างพลู นำหมายจับศาลอาญาธนบุรี ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุมนายจิรายุส สวนมิ อายุ 20 ปี พร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก 125i สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็น 1 ในคนร้ายร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์รถขนเงินบริษัท BRINKS ซึ่งเป็นเงินสด จำนวน 7,270,000 บาท โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณริมถนนเพชรเกษม ย่านหลักสอง ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปค้นบ้านพักไม่มีเลขที่ย่านบางบอน พบกระเป๋าหิ้วต้องสงสัย สีดำ ซุกซ่อนอยู่ โดยจากการตรวจสอบพบเงินสดจำนวนหนึ่ง จากนั้นทางผู้ต้องหาจึงรับสารภาพว่าเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมกันลงมือก่อเหตุจริงจึงนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่บก.สส.บก.น.9
ด้านนายจิรายุส ให้การว่า โดยในวันก่อเหตุตนเป็นผู้ซ้อนท้ายและใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานขนเงิน ส่วนคนขับคือนายทักษ์ดนัย เหนี่ยวรั้งใจ อายุ 27 ปี ภายหลังก่อเหตุเสร็จสิ้นตนได้เปลี่ยนมาเป็นคนขี่ก่อนหลบไปอย่างรวดเร็วและนำทรัพย์สินที่ได้ไปแบ่งกันที่ย่านบางบอน ก่อนแยกย้ายกันไป โดยก่อนหน้านี้ตนพร้อมกับนายทักษ์ดนัย เคยร่วมกันก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว ซึ่งเป็นรถขนเงินของบริษัท BRINKS ได้ถุงเงินจำนวน 2 เงิน รวมเป็นเงินสด 6.2 ล้านบาท เหตุเกิดภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต พื้นที่จ.นนทบุรี ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนสิงหรม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นตนได้รับส่วนแบ่งจากการก่อเหตุ จำนวน 1 ล้านบาท และยังไม่ถูกจับกุมจึงย่ามใจชักชวนกันมาก่อเหตุอีกครั้งจนกระทั่งมาถูกทางเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้ดังกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับนายทักษ์ดนัย ขณะนี้ยังอยู่ระกว่างการหลบหนี ซึ่งผู้ต้องหารายนี้เคยเป็นพนักงานขับรถให้กับทางบริษัท BRINKS ก่อนถูกปลดพ้นสภาพเนื่องจากขาดงาน ตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี 60 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ขณะที่เป็นพนักงานอยู่นั้นได้แอบปั้มลูกกุญแจสำรองของรถขนเงินเอาไว้ ประกอบกับมีความโกรธแค้นที่ถูกไล่ออก และรู้ลู่ทางในการเดินรถขนเงินเป็นอย่างดีจึงตัดสินใจชักชวนนายจิรายุส มาร่วมกันก่อเหตุ
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำนายจิรายุส พร้อมทั้งทำการตรวจสอบเงินของกลาง นอกจากนี้ได้แบ่งกระจายกำลังเร่งติดตามตัวนายทักษ์ดนัย เพื่อเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

