‘ศานิตย์’เผยแก๊งขึงเชือกพระราม 3 เป็นอาสาตร.เก๊ ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่ม

17.05.16 | 15:30 น.

จากกรณีนายวุฒิกร เสฏฐัตต์ อายุ 29 ปี พนักงานธุรการโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ได้รับบาดเจ็บขณะขี่รถจักรยานยนต์มาถึงหน้าศูนย์ฮอนด้าพระราม 3 ถูกชาย 3-4 คน ขึงเชือกดึงคอ เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม โดยหนึ่งในนั้นยังอ้างเป็นอาสาตำรวจ พร้อมขอค่าผ่านด่านตรวจ 200 บาท จากนั้นนายวุฒิกรจึงเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง ก่อนกลุ่มเพื่อนเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุและรุมทำร้ายร่างกายกลุ่มผู้ก่อเหตุ โดยจับตัวส่งตำรวจได้ 1 ราย ทราบชื่อ นายสิทธิพงศ์ ธรรมภูษา อายุ 20 ปี ส่วนอีก 2 คนหลบหนีไป จากนั้นกลุ่มเพื่อนนายวุฒิกรนำคลิปวิดีโอมาโพสต์ในเฟซบุ๊กกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม ที่ สน.วัดพระยาไกร พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ได้เดินทางมาตรวจสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าว โดยได้ประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ท.ชนันท์ เปรมปลื้มจิต รอง ผกก.สส.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ท.นิพนธ์ กุลชฤทธิ์ รอง ผกก.จร.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ท.กฤษณะ จันทร์ประเสริฐ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว และสั่งการให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทั้ง 2 ฝ่าย

พล.ต.ท.ศานิตย์เปิดเผยว่า ตรวจสำนวนการสอบสวน พบว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงผู้กระทำผิดอีกจำนวนหนึ่ง ช่วงบ่ายพนักงานสอบสวนจะไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ให้ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ควบคู่กันไป คาดว่าจะได้ตัวผู้ก่อเหตุในวันนี้ ยืนยันว่าทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสอบถาม พ.ต.ท.นิพนธ์ กุลชฤทธิ์ รอง ผกก.จร. ทราบว่ามีการแอบอ้างเป็นอาสาตำรวจบ้านจริง โดยนายสิทธิพงศ์ ธรรมภูษา อายุ 20 ปี เพิ่งพ้นโทษมา 2-3 วัน ในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด ยืนยันว่าอาสาสมัครตำรวจบ้านที่ผ่านการคัดกรองจะไม่มีพฤติการณ์แบบนี้ จะสังเกตได้ว่าการตั้งด่านตรวจจะต้องมีตำรวจอยู่ประจำบริเวณด่านตรวจด้วย

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า คดีนี้แยกเป็น 2 สำนวน สำนวนแรกเป็นของกลุ่มที่แอบอ้างเป็นอาสาตำรวจ ซึ่งมีจำนวน 3-4 คน ทราบตัวแล้ว 1 คน ที่เหลืออยู่ระหว่างการติดตามตัว คาดว่าไม่น่าจะอยู่ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว ทั้งนี้ จะแจ้งข้อหาพยายามฆ่า และข้อหาปล้นทรัพย์ เพิ่มเติมจากเดิมที่แจ้งเพียงข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากเป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ หาวิธีการอาศัยจังหวะมาก่อเหตุ โดยก่อเหตุห่างจากจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านจริงเพียง 500 เมตร และอยู่บริเวณช่วงทางโค้ง ถือเป็นกรณีแรกที่มีการแอบอ้างเป็นอาสาตำรวจในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยังไม่เคยมีการแอบอ้างแบบนี้มาก่อน นอกจากนี้ตรวจสอบยังพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บในการแอบอ้างเป็นอาสาตำรวจอีก 1 ราย คือ นายฉัตรชัย ตรีทิพย์สกุล อายุ 23 ปี ซึ่งได้เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้วเช่นกัน

Advertisement

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวอีกว่า อีกสำนวนเป็นฝั่งทางผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ร่วมกันรุมทำร้ายร่างกายนายสิทธิพงศ์ จนได้รับบาดเจ็บ ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เจริญกรุง หลักฐานพบว่าผู้ก่อเหตุมีประมาณ 10 คน อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาไปแล้ว 2 คน คือนายณัฐพล ประไพ อายุ 20 ปี และนายตั้ม (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ส่วนจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่นั้นต้องรอผลตรวจจากแพทย์อีกครั้ง เนื่องจากนายสิทธิพงศ์ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกคนที่มีพยานหลักฐานไปถึง ตนตระหนักในเรื่องเหล่านี้ไม่ปล่อยให้อาสาสมัครทำอะไรโดยพลการ คนที่จะเป็นอาสาสมัครได้จะต้องมีการคัดกรองอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ได้สั่งเน้นย้ำให้ทั้ง 88 สน. ต้องตรวจตรา ใส่ใจ คอยกำชับไม่ให้มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

ต่อมา พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ล่าสุดสามารถจับกุมนายสรยุทธ บัวแก้ว อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นและปล้นทรัพย์และเป็น1ในบุคคลที่ใช้เชือกขึงรัดคอผู้เสียหายที่ขี่จยย.ผ่านมา พร้อมอ้างว่าเป็นอาสาตำรวจ เรียกเก็บเงินจากผู้เสียหาย จำนวน 200บาท โดยจับกุมได้ที่ จ.พิษณุโลก อยู่ระหว่างนำตัวมาดำเนินคดีที่ สน.วัดพระยาไกร