บิ๊กโจ๊ก รวบหนุ่มใหญ่ ชาวจีนสวมบัตรประชาชนไทย ทำธุรกิจชื้อขายอสังหาริมทรัพย์

3.03.19 | 20:22 น.

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. ,นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ต.อ.ภาสกร ณ พิกุล ผกก.สภ.เวียงแก่น ภ.จว.เชียงราย ร่วมแถลงจับกุม บุคคลที่ใช้ชื่อ นายธวัชชัย เลายี่ปา หรือนายจาง ชิงโป๋ ชาวจีนที่ทำการทุจริตสวมบัตรประชาชนคนไทย


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ชุดสืบสวน ศปอศ.ตร.ร่วมกับ บช.ทท. สืบทราบว่า มีบุคคลที่ใช้ชื่อว่า นายธวัชชัย เลายี่ปา สร้างภาพลักษณ์ว่าตนเป็นคนไทยที่ประสบความสำเร็จ ในการประกอบธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย อีกทั้งมีพฤติกรรมชักชวนชาวจีนให้เข้ามาร่วมลงทุน และเป็นเจ้าของบริษัทประกอบธุรกิจนำเที่ยว นายธวัชชัย เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข่าวสารของตนเองลงในเว็บไซต์ของจีนในชื่อ นายจาง ซี หนี จึงสืบสวนจนพบว่า นายธวัชชัย เป็นบุคคล สัญชาติและเชื้อชาติจีน ชื่อจริง นายจาง ชิง โป๋ เดินทางเข้ามาในประเทศ เมื่อประมาณ พ.ศ.2552 ต่อมาทำการทุจริตสวมบัตรประชาชนของนายธวัชชัย เลายี่ปา เมื่อวันที่ 23 พ.ย.2558 ณ ที่ว่าการอำเภอเวียงแก่น จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงรวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดเทิง ออกหมายจับบุคคลที่ใช้ชื่อ นายธวัชชัย เล่ายี่ปา ในความผิดฐาน “ทำหรือใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้าน หรือเอกสารทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ, ยื่นคำขอมีบัตรโดยไม่มีสัญชาติไทยด้วยการแจ้งข้อความหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตร, แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำผิดตาม มาตรา 265 มาตรา 266 หรือมาตรา 267 ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ตามหมายจับศาลจังหวัดเทิง ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 2 มีนาคม 2562 จับกุม นายธวัชชัย เล่ายี่ปา หรือ นายจาง ชิง โป๋ ผู้ต้องหา ได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะที่กำลังเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เป็นชาวเหอหนาน ประเทศจีน และทำการทุจริตสวมบัตรประชาชน ของนายธวัชชัย เลายี่ป่า จริง ภายหลังจากที่ได้บัตรประชาชนไทยแล้ว ได้นำบัตรประชาชนไทยที่ได้ ไปทำการจดทะเบียนบริษัทหลายบริษัท และทำธุรกรรม ต่างๆ ในชื่อของนายธวัชชัย เลายี่ปา มาโดยตลอดจากการสืบสวนขยายผลเข้าตรวจค้นที่พัก และที่ตั้งบริษัท พบว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมชักชวนชาวจีน เข้ามาร่วมลงทุน ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโดมิเนียม ที่ดินในพื้นที่เขตอุตสาหกรรม และที่ดินในแหล่งท่องเที่ยว โดยมีเงินหมุนเวียน หลายสิบล้านบาท อีกทั้งยังดำเนินการในรูปแบบสมาคมที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ไทย-จีน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจซึ่งพฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้ นับว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงอย่างยิ่ง มีการใช้บัตรประชาชนที่ได้จากการสวมบัตรประชาชนไทย จดทะเบียนบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ขอทำใบอนุญาตขับขี่ หนังสือเดินทาง ฯลฯ เป็นการไม่เคารพกฎหมายไทย ซึ่งชุดสืบสวนจะได้ทำการสืบสวนขยายผล หาผู้ที่เกี่ยวข้องและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement