วันที่ 17 พฤษภาคม เมื่อเวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ “สุสานเผานั่งยาง” ป่าสงวนแห่งชาติกุดจับ บ.คำบอนเวียงชัย ม.3 ต.หนองแวง อ.บ้านผือ พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงศ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.อ.พรชัย บุญรอด ผกก.สภ.บ้านผือ, พ.ต.อ.บรรจบ สีหานาวี พงส.กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.ท.มารุต วังณะยูนุช นักวิทยาศาสตร์ สบ.3 พิสูจน์หลักฐานอุดรธานี พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี และตำรวจ สภ.บ้านผือ กว่า 50 นาย ได้นำตัวนายบุญหนา ทองงาม อายุ 57 ปี มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุร่วมกับ ด.ต.ปราโมทย์ ดาบโมทย์ บุพศรี อดีตตำรวจ สภ.บ้านผือ อุ้มฆ่านางบังอร ทองอ่อน อายุ 49 ปี ชาวบ้านดงบัง ต.โนนทอง นายทุนเงินกู้รายย่อย เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2557 ขณะที่ ด.ต.ปราโมทย์ ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำคลองไผ่ รับโทษจำคุกตลอดชีวิต ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และไม่ฎีกาสู้คดี ในคดีฆ่า หน.ส่วนการคลัง อบต.จำปาโมง อ.บ้านผือ
โดยการทำแผนที่จุดนี้ เป็นการทำแผนใน 2 ช่วงเวลา ที่ช่วงแรกเริ่มจากจุดปากทางเข้าไปยังสุสานเผานั่งยาง ป่าบ้านคำบอนเวียงชัย ที่นายบุญหนา และ ด.ต.ปราโมทย์ นำศพนางบังอรมาเผานั่งยาง โดยการขับรถกระบะโตโยต้ากระบะ 4 ประตูสีดำ เข้าไปถึงจุดที่เผา จากนั้นดาบโมทย์ นำร่างของนางบังอร ที่เสียชีวิตแล้ว ลงจากประตูด้านหลังวางที่พื้น ใช้มีดตัดกระเป๋าคาดเอวที่มีเงินสดอยู่ แล้วถอดสร้อยทอง แหวนออกจากศพ แล้วนำไปนั่งในยางรถยนต์ 2 เส้น และใช้น้ำมันที่เตรียมไว้ในแกลลอนราด ก่อนจุดไฟเผา ดาบโมทย์ได้ทำการไหว้ขอขมาศพนางบังอร จึงจุดไฟเผาและขับรถออกไป
จากนั้นได้ทำแผนต่อในช่วงที่ 2 ที่จุดเดียวกัน ที่ ด.ต.ปราโมทย์ ได้ไปรับตัวนายบุญหนา มาจากบ้านอีกครั้ง เพื่อนำยางมาเผาศพนางบังอรอีกรอบหนึ่ง เพราะกลัวว่าไฟยังไหม้ร่างนางบังอรไม่หมด เพราะช่วงนั้นเป็นฤดูฝน มีฝนตกหนัก โดยด.ต.ปราโมทย์ ได้เตรียมยางมาอีก 1 เส้น พร้อมน้ำมัน นำมาวางเผาศพของนางบังอร อีกครั้ง และจึงขับรถออกไป ซึ่งการเผาทั้ง 2 ครั้ง นายบุญหนา บอกว่า ด.ต.ปราโมทย์ เป็นผู้ลงมือเผาเองทั้ง 2 ครั้ง โดยตัวนายบุญหนา ยืนดูอยู่ท้ายรถ โดยจุดเผานางบังอร เป็นจุดที่ 1 ที่พบทั้งหมด 23 จุด ที่มีเหลือเศษซากกะโหลกเผาไหม้ไม่หมดเหลือ จนมีชาวบ้านมาพบศพและแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านผือ
ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายบุญหนา มาทำแผนจุดที่อุ้มฆ่าหักคอนางบังอร ที่กระท่อมนาของนางบังอร ที่บ้านโนนบัง ต.โนนทอง ห่างจากจุดเผาประมาณ 15 กม. โดยที่จุดนี้มีญาติพี่น้องของนางบังอร และชาวบ้านบ้านดงบัง มาร่วมดูการทำแผนกว่า 50 คน ทางตำรวจได้กันไม่ให้เข้าไปใกล้ พร้อมให้นายบุญหนาสวมหมวกกันน็อไว้ ซึ่งจุดนี้นายบุญหนา และนายโมทย์ ได้ติดตามดูพฤติกรรมของนางบังอร จากกระท่อมนาของชาวบ้าน ที่ปากทางเข้าไปยังกระท่อนนาของนางบังอร จนนายโมทย์ได้ลงมือก่อเหตุเข้าไปอุ้มนางบังอร และหักคอจนเสียชีวิต จากนั้นทั้ง 2 คน ได้ช่วยกันอุ้มร่างนางบังอรที่เสียชีวิตแล้วขึ้นรถกระบะ ไปยังจุดเผานั่งยาง
จุดต่อมาเป็นจุดที่นายบุญหนา และนายโมทย์ นัดหมายพบกันบนรถกระบะ ที่สะพานบ้านคู ต.โนนทอง อ.บ้านผือ เป็นจุดที่นายโมทย์แบ่งเงินที่ได้จากการฆ่านางบังอร 14,000 บาท จากนั้นเป็นการทำแผนในจุดสุดท้าย เป็นจุดที่นายบุญหนาและนายโมทย์ นำรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีแดง-ดำ ของนางบังอร ไปทิ้งในหนองน้ำ หนองหัวคู ด้านหลังโรงเรียนบ้านหนองหัวคู ต.หนองหัวคู อ.บ้านผือ ซึ่งที่จุดนี้มีญาติพี่น้องของนายบุญหนา มาร่วมดูการทำแผน พร้อมร้องไห้ เข้าไปกอดนายบุญหนา บอกว่า ไม่เชื่อว่าว่านายบุญหนาจะเป็นผู้ร่วมฆ่าเผานั่งยางนางบังอร และตำรวจได้กันตัวนายบุญหนาขึ้นรถตู้ ออกไปควบคุมตัวที่ สภ.บ้านผือ
ด้านนางถาวร ศรีเมือง น้องสาวนางบังอร ทองอ่อน ที่ถูกฆ่าเผานั่งยาง เปิดเผยว่า ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยังไม่รู้รายละเอียดเป็นยังไง ตร.ก็ยังไม่ได้มาให้รายละเอียดญาติๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราเชื่อว่าจะต้องมีคนที่พี่สาวรู้จักสนิทสนม มีส่วนรู้เห็นหลอกพี่สาวไปฆ่า โดยวันเกิดเหตุพี่สาวรับโทรศัพท์ แล้วตอบโทรศัพท์ออกไปว่า “รออยู่นั่นหละเดี๋ยวกูออกไป” แต่ผู้ต้องหามีเพียง 2 คน คือ ดาบปราโมทย์ กับนายบุญหนา ซึ่งทั้งสองคนไม่ได้สนิทสนม จนโทรเรียกออกไปพบได้อย่างนั้น จึงเชื่อว่าน่าจะมีคนอื่นร่วมด้วยอีก
“ยังอยากรู้ว่ามาฆ่าพี่สาวทำไม ยืนยันพร้อมให้อโหสิกรรม แต่ยังติดใจเรื่องโทรหลอกพี่สาวออกไป คนที่เราสงสัยว่ามีส่วนรู้เห็น ก็เป็นคนกันเองในหมู่บ้าน หยิบยืมเงินพี่สาวจนเป็นหนี้กันอยู่ ตั้งแต่เกิดเหตุก็ต่างคนต่างอยู่ เราก็โกรธไปสงสัยเขา เขาก็โกรธเรากล่าวหาเขา วันที่ตำรวจ-ทหาร มาเชิญตัวไปสอบปากคำเราก็รอฟัง ตอนนี้เขาถูกปล่อยตัวกลับมาแล้ว แต่ก็ยอมรับว่าพี่สาวไปกระท่อมนา เพื่อรดน้ำสวนพริกทุกเย็น ” นางถาวร กล่าว
น้องสาวนางบังอรกล่าวต่อว่า กำลังติดต่อส่งข่าวญาติๆ ว่าตำรวจจับตัวฆาตกรได้แล้ว เพื่อนัดหมายจะทำบุญแจกข้าวไปให้นางบังอร ตามที่ตั้งใจ สรุปเบื้องต้นว่า ลูกนางบังอรมีชาย 3 คน คนโตไปทำงานที่ดูไบ เหลือสัญญาอยู่ปีเศษ ลูกคนที่สองทำงานอยู่สระบุรี และคนเล็กทำงานที่ จ.เลย ก็น่าจะรอให้ลูกชายคนโตกลับมาก่อน จึงจะนัดหมายญาติมาทำบุญ
ขณะที่ พล.ต.ต.พีระพงศ์เปิดเผยว่า พฤติกรรมของคนร้ายและสถานที่เกิดเหตุ เชื่อว่ามีความเกี่ยวเนื่อง เป็นกลุ่มคนร้ายเดียวกัน แต่เรายังไม่มีพยาน และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มายืนยันเชื่อมโยงเข้าหากัน นายบุญหนาผู้ต้องหาที่รับสารภาพ ก็เกิดจากการสำนึกผิดจริงๆ หลังจากที่ฝันเห็นนางบังอรผู้ตายมาหา (มายืนพูดด้วยให้ยอมรับ แล้วชี้หน้าด่าทอ) ก็รับเพียงว่ามากับ ด.ต.ปราโมทย์ครั้งเดียว โดยเดินทางมา 2 รอบ
“การสืบสวนคิดเหมือนกันว่าจะต้องมีนกต่อ ซึ่งน่าจะเป็นคนรู้จักสนิทสนม แต่เพราะคนร้ายรู้พฤติกรรมผู้ตาย จะต้องไปรดน้ำผักที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นสถานที่เปลี่ยวปลอดคน ก็ไม่จำเป็นต้องใช้นกต่อ สำหรับผู้ต้องหาระบุฆ่าด้วยการหักคอ ผมไม่เคยเห็นสำนวนคดีในไทย เห็นแต่ในหนังเจมส์บอนด์ ซึ่งตำรวจมีหลักฐานมากพอ ไม่ต้องใช้คำรับสารภาพผู้ต้องหา เปิดเผยไม่ได้จะมีช่องให้เขาสู้คดี และยังไม่ถึงเวลาต้องไปแจ้งข้อหา หรือสอบสวน ด.ต.ปราโมทย์ ให้เราพร้อมสมบูรณ์ค่อยไป เพราะติดคุกอยู่คดีสิ้นสุดแล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แล้วเขาไม่ยื่นฎีกา” พล.ต.ต.พีระพงศ์กล่าว
พล.ต.ต.พีระพงศ์กล่าวต่อว่า มีญาติผู้สูญหายมาแสดงตัว 41 ราย ต้องการตรวจเปรียบเทียบ DNA กับกระดูกที่เก็บจากสุสานเผานั่งยาง ที่ตรวจได้ DNA เพียงจุดเดียว และน่าจะได้เท่านั้น โดยส่งตัวอย่าง DNA ญาติไปเทียบแล้ว 30 ตัวอย่างแต่ไม่พบ ยังต้องรอเก็บตัวอย่างไปเปรียบเทียบอีก ซึ่งยังมีอีกหลายคนยังไม่มาให้เก็บ ขณะคดีที่นำสำนวนมาตรวจสอบ พบว่าเป็นคดีที่น่าจะต้องรื้อฟื้นเหลือ 4 คดี ก็จะเดินหน้ากันไปเรื่อยๆ โดยพรุ่งนี้จะประชุมความคืบหน้าคดีนางบังอร และเชิญพนักงานสอบสวนคดี เจ้าของคดีอุ้มเจ้าของร้ายโทรมือถือ ในตลาด อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี เมื่อปี 51 มีเหตุอะไรเมื่อมีภาพสเกตช์คนร้าย ไม่ขอออกหมายจับ และทำไมต้องขอยุติการสอบสวน

