ศาลอุทธรณ์จำคุกตลอดชีวิต ‘หนุ่ย-ติ๊งต่าง’ฆาตกรต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 และมารดาของเด็กหญิงผู้ตาย เป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง นายติ๊งต่าง หรือหนุ่ย ไม่มีนามสกุล อายุ 33 ปี อาชีพรับจ้าง เป็นจำเลย ในความผิดฐาน พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากผู้ปกครอง, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ, กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาตนฯ และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาด้วยความโหดร้ายทารุณ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 277, 277 ทวิ, 283 ทวิ, 288, 289 , 310 และ 317

คดีนี้อัยการโจทก์ฟ้อง เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 บรรยายระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 เวลากลางวัน ถึงเวลากลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยได้พราก ด.ญ.น้ำ (นามสมมุติ) อายุ 4 ปีเศษ ไปจากเป็นตาซึ่งเป็นผู้ปกครอง โดยจำเลยพูดจาหลอกล่อ ว่าจะพาไปเดินเล่นและซื้อขนม เด็กหญิงจึงยินยอมไปด้วย แต่เมื่อเด็กหญิงต้องการกลับไปหาผู้ปกครอง จำเลยไม่ยอมให้กลับแล้วใช้กำลังบีบบังคับฉุดลากเด็กหญิงเข้าไปในป่าละเมาะห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 400 เมตร ซึ่งจำเลยได้หน่วงเหนี่ยวเด็กหญิงไว้ไม่ยอมให้กลับไปหาผู้ปกครอง อันเป็นการทำให้เด็กหญิงปราศจากเสรีภาพ และจำเลยได้กระทำชำเราเด็กหญิงจนสำเร็จความใคร่ โดยเด็กหญิงไม่ยินยอมและอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จากนั้นจำเลยได้ฆ่าเด็กหญิงโดยทรมานหรือทารุณโหดร้าย ด้วยการใช้มือบีบคอทำให้ขาดอากาศหายใจ และถึงแก่ความตายสมเจตนาของจำเลย เหตุเกิดที่ ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย จ.เลย ขณะที่ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาจำเลยให้การรับสารภาพ

โดยศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2558 ว่า จำเลยมีความผิด ตามมาตรา 317 วรรคสาม, 283 ทวิ วรรคสอง, 277 วรรคสาม ประกอบมาตรา 80, 277 ทวิ (2), 310 วรรคสอง, 289 (5)(7) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม โดยให้จำคุก 9 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปจากผู้ปกครองฯ, จำคุกตลอดชีวิต ฐานพยายามกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปีฯ และให้ประหารชีวิต ฐานฆ่าผู้อื่นโดยทรมานเพื่อปกปิดความผิด แต่จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 ปี 6 เดือน ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากผู้ปกครองฯ, จำคุก 25 ปี ฐานพยายามกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี และจำคุกตลอดชีวิตฐานฆ่าผู้อื่นฯ โดยให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีหมายเลขแดง 990/2557 ที่ศาลจังหวัดพระโขนง พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต จำเลยฐานฆ่าข่มขืนน้องการ์ตูน เด็กหญิงอายุ 6 ปี บริเวณป่าใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสแบริ่งด้วย ขณะที่อัยการโจทก์และจำเลยไม่ได้ยื่นฎีกาแต่เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง จำคุกตลอดชีวิต ดังนั้น ศาลชั้นต้นจึงได้ส่งสำนวนคดีไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245

โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนายติ๊งต่าง จำเลย มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อฟังคำพิพากษา ซึ่งตลอดการพิจารณาคดี จำเลยไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้วพิพากษาให้จำคุกฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากผู้ปกครองฯ เป็นเวลา 4 ปี 6 เดือน และจำคุกตลอดชีวิตฐานฆ่าผู้อื่นโดยทรมานตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ส่วนความผิดฐานพยายามชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุก 8 ปี โดยให้เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งเป็นเวลาอีก 4 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 (10) ที่บัญญัติให้ศาลพิพากษาเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับเพศที่ผู้กระทำผิดนั้นได้กระทำผิดซ้ำ จึงให้จำคุกจำเลยฐานพยายามชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีฯ รวมเป็นเวลา 12 ปี ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพจึงเห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกความผิดนี้เป็นเวลา 6 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดแล้วคงจำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันนี้ญาติของเด็กหญิงผู้เสียหายไม่ได้เดินทางมา มีเพียงตัวจำเลยที่เจ้าหน้าที่ได้เบิกตัวมาฟังคำตัดสินเพียงคนเดียว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ไพบูลย์’เตรียมแจ้งจับ’เจ้าคุณเบอร์ลิน’วัดสระเกศ หลังโพสต์ข้อความเท็จ เข้าข่ายผิดกม.
บทความถัดไปเรือขนหินแล่นกลับสิงคโปร์ เจอคลื่นสูง 4 เมตรซัดเกยหาดนราทัศน์ โชคดีไร้เจ็บ