ศาลฎีกาไม่รับชี้คดี’อาหามะ มะอูเซ็ง’ สมาชิกมูจาฮีดีน ถูกกล่าวหากบฏแบ่งแยกดินแดนใต้

18.05.16 | 12:25 น.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายมาหามะสกรี มาหะ มะอูเซ็ง หรือนายอาหามะ มะอูเซ็ง อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดยะลา เป็นจำเลยในความผิดฐานสะสมกำลังพล หรืออาวุธตระเตรียมการ หรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ, ผู้ใดเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อกระทำการอันเป็นอั้งยี่, ผู้ใดสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป กระทำผิดฐานซ่องโจร, ผู้ใดร่วมประชุมกันของอั้งยี่หรือซ่องโจร


ตามฟ้องโจทก์บรรยายสรุปว่า เมื่อเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2545 จำเลยเป็นสมาชิก “มูจาฮีดีน” อิสลามปัตตานี เพื่อแบ่งแยกดินแดน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยร่วมกันแสวงหาประโยชน์จากการข่มขู่ กรรโชกทรัพย์ และมีอาวุธปืนเล็กกล HK 33 ขนาด .223 หลายกระบอก และอาวุธปืนเล็กกล อาก้า AK 47 ขนาด 7.62 มม.RUSSSIAN และกระสุนปืนจำนวนมากติดตัวไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดที่ ต.บุดี อ.เมือง และ ต.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา และตำบล-อำเภอใดไม่ปรากฏชัดในเขตจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาสเกี่ยวพันกัน จำเลยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2555 โดยจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและถูกคุมขังโดยไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์มาเบิกความยืนยัน ซึ่งมีน้ำหนักน้อยไม่อาจรับฟังว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรค ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์ตรวจสำนวนแล้วเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่าคำให้การชั้นสอบสวนของนายมะหะรง เต๊ะมาลอ รับฟังได้ เพราะเป็นพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์และเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ด้วยตนเองโดยสมัครใจ แม้ภายหลังจะกลับคำให้การในชั้นศาลเพราะกลัวเป็นอันตรายต่อชีวิตและเสรีภาพ นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้โดยชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

Advertisement

นายมาหามะสกรี หรือนายอาหามะกล่าวว่า ดีใจกับคำพิพากษาของศาล ซึ่งคดีนี้เกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่ปี 2547 เมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมก็ถูกคุมขังมาตลอด เพิ่งได้รับการปล่อยตัวภายหลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนให้ยกฟ้อง