เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ต.อ.ธีระวุฒิ แสงมณี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ยืนยันว่า เบื้องต้นคดีฆ่าปาดคอพยาบาลสาวโรงพยาบาลภาชี เป็นคดีฆ่าชิงทรัพย์ โดยตำรวจจับกุมนายอั๋น ฟักศิริ อายุ 33 ปี อดีตพนักงานเวรเปลโรงพยาบาลภาชี ได้ในเขต อ.ผักไห่ โดยสอบปากคำแล้วยอมรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง ซึ่งหลอกล่อนัดพบพยาบาลสาวที่หน้าโรงพยาบาล พร้อมขึ้นรถไปด้วยกัน และได้พยายามขอยืมเงินสด 10,000 บาทแต่ไม่ได้ ทำให้โมโหใช้มีดคัตเตอร์ที่เตรียมมาปาดคอ 1 ครั้ง จากนั้นจับหัวกดไปที่เบาะหลัง จนขาดอากาศและเสียชีวิต ซึ่งคนร้ายปลดเอาสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท และ แหวนทอง 1 สลึงของพยาบาลไป เสร็จแล้วได้ขับรถมาจอดทิ้งฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล ซึ่งหลักฐานสร้อยและแหวนทอง ทางตำรวจได้คืนมาประกอบสำนวนแล้ว เพราะคนร้ายนำไปขายต่อที่ร้านทองในห้างโลตัส สาขาอำเภอเสนา
อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเวลา 11.00 น. นางธนวรรณ สุวรรณศิลป์ แม่พยาบาลสาวที่ถูกสังหารโหด ได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดมาบโพธิ์ อ.ภาชี จำนวน 5 รูป พร้อมด้วยขันน้ำมนต์ ธงกระดาษขาว และดอกไม้ธูปเทียน นำมาประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณลูกสาว ที่รถเก๋งของลูกสาว ซึ่งตำรวจยึดไว้ตรวจสอบหน้าหน้าสถานีตำรวจภูธรภาชี เพื่อนำวิญญาณลูกสาวไปบ้านและไปวัด เพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดมาบโพธิ์
และในเวลา 16.00 น. ที่วัดมาบโพธิ์ อ.ภาชี สามีและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ได้นำศพนางสาวศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ อายุ 48 ปี ผู้เสียชีวิต มาตั้งบำเพ็ญกุศล โดยมีคนมาร่วมรดน้ำศพเพื่อแสดงความอาลัย และมีกำหนดสวดพระอภิธรรมศพ 5 คืน
โดยนางธนวรรณ ผู้เป็นมารดา เปิดเผยว่า ไม่อโหสิกรรมให้คนก่อเหตุ และอยากถามว่า คนร้ายฆ่าลูกสาวตนเองทำไม หากอยากจะได้ทรัพย์สินก็เอาไป ทำไม่ต้องฆ่า จริงๆ หลายคนบอกอยากให้คนร้ายมาขอขมาศพ ก็แล้วแต่ตำรวจ แต่ฝ่ายญาติโมโหและโกรธมากในช่วงนี้ และทุกคนไม่อโหสิกรรมให้
ส่วนนายพัฒนา อ่วมเทศ สามีผู้เสียชีวิต ยืนยันไม่เชื่อว่าภรรยาจะไปมีความสัมพันธ์กับคนก่อเหตุ เพราะว่าอยู่กินกันมา 14-15 ปี ไม่เคยเห็นภรรยาจะมีพฤติกรรมเป็นอื่น โดยตนเองกับภรรยาก็ไม่เคยทะเลาะเลาะเบาะแว้งหรือมีเรื่องให้ระแวงอะไร ส่วนการเล่นไลน์หรือเฟสบุ๊ค ก็เป็นไปตามยุคสมัย ใช้ในงานบ้าง และดูจับจ่ายซื้อสินค้าทางเน็ตทั่วไปๆ แต่ที่แน่นอนตนเองไม่ขออโหสิกรรมให้คนก่อเหตุด้วยเช่นกัน


