เกษตรกรสุดช้ำ วัวพระราชทาน ถูกบิ๊ก อบต.ยิงตาย ฐานบุกรุกนาข้าว

11.03.19 | 19:47 น.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 มีนาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 10 ต.หนองทุ่ม อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม หลังทราบข่าวว่า มีเหตุวัวท้องอ่อน ในโครงการธนาคารโค-กระบือในพระราชดำริ ถูกยิงตาย ภายหลังวัวตัวดังกล่าวเข้าไปในพื้นที่ของประธานสภา อบต.หนองทุ่ม อ.วาปีปทุม โดยนายสถิตย์ บุญครอบ อายุ 61 ปี ผู้ครอบครองวัว เล่าว่า ตนเลี้ยงวัวทั้งหมด 7 ตัว ซึ่งวัวตัวที่ตายได้รับพระราชทานมาจากโครงการธนาคารโค-กระบือ เมื่อปี 2559 ซึ่งวัวตัวดังกล่าวมีลูกแล้ว 1 ตัว และกำลังตั้งท้องอ่อนๆ ซึ่งตามวิถีชาวบ้านทั่วไปก็จะนำวัวไปเลี้ยงตามหัวไร่ปลายนา ปล่อยให้หากินตามธรรมชาติ เมื่อถึงเวลาก็จะไปต้อนเข้าคอก ซึ่งก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร ต่อมาวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 09.30 น. เพื่อนบ้านมาแจ้งว่า วัวของตนถูกยิงตายในที่นาของ นายบุญช่วย สุขะติ ดำรงตำแหน่งประธานสภา อบต.หนองทุ่ม ซึ่งภายหลังจากที่ทราบเรื่อง จึงได้ไปยังที่นาของนายบุญช่วย พบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วาปีปทุม ซึ่งนายบุญช่วยเป็นคนแจ้งตำรวจเองว่าได้ยิงวัวของตน โดยกล่าวหาว่าวัวของตนเข้าไปบุกรุกที่นา กัดกินพืชผลทางการเกษตรเสียหาย จึงได้ใช้ปืนลูกซองยิงวัวของตนจนถึงแก่ความตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บอกให้ตนเองไกล่เกลี่ยกับนายบุญช่วย แต่ด้วยความที่วัวตัวดังกล่าว เป็นวัวในโครงการธนาคารโค-กระบือ ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ตนจึงได้แจ้งไปยัง นางสาวกานต์รวี บัวบุญ ประธานกลุ่มธนาคารโค-กระบือในพระราชดำริ อ.หนองทุ่ม เพื่อให้ทราบเรื่อง และดำเนินการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอทราบ และได้ออกมาตรวจสอบ จากนั้นได้เดินทางไปที่ สภ.วาปีปทุม โดยพนักงานสอบสวนได้ให้ไกล่เกลี่ย ด้วยการให้คู่กรณีชดใช้ค่าเสียหายในราคา 30,000 บาท โดยนัดให้มีการชดใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2562 ตนถึงจะยอมถอนแจ้งความ


ด้านนางสาวกานต์รวี บัวบุญ ประธานกลุ่มธนาคารโค-กระบือตำบลหนองทุ่ม อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม กล่าวว่า โครงการธนาคารโค-กระบือในพระราชดำริ จะให้เกษตรกรผู้ยากไร้ยืมแม่โคมาเลี้ยง พอได้ลูกตัวแรกจะต้องส่งคืนธนาคารเพื่อที่ธนาคารจะส่งไปให้เกษตรกรรายอื่น และหากเกษตรกรเลี้ยงแม่โคครบ 5 ปีทางธนาคารก็จะยกให้เป็น ซึ่งหลังจากที่ทราบเรื่องจากสมาชิกก็ได้แจ้งเรื่องต่อไปยังปศุสัตว์อำเภอ ทางปศุสัตว์อำเภอก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ออกมาดู ปรากฏว่าสั่งให้ชำแหละซาก ทั้งนี้ ตนเองก็ไม่ทราบเหตุผลว่าเป็นเพราะเหตุใด จากนั้นเมื่อวานนี้ เกษตรกรได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.วาปีปทุม และได้มีการพูดคุยกับทางร้อยเวรฯ ในส่วนของข้อกฎหมายเรื่องการทารุณกรรมสัตว์ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตอบกลับมาว่า ไม่เข้าข่ายการทรมานหรือทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งตนอยากให้ผู้ที่รู้กฎหมายเข้ามาช่วยเหลือด้วยว่า การกระทำแบบนี้ถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์หรือไม่ ซึ่งทางเกษตรกรไม่สามารถรู้ว่าแบบไหนถึงจะเข้าเกณฑ์หรือไม่เข้าเกณฑ์ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตอบว่าเป็นการยิงเพียงแค่นัดเดียว ไม่ใช่การทรมานสัตว์ยิงนัดเดียวตาย ไม่ได้กักขังหน่วงเหนี่ยวหรือทรมาน จึงไม่แน่ใจว่ากฎหมายตัวนี้จะสามารถคุ้มครองสัตว์ประเภทนี้ได้หรือไม่