หกล้อบรรทุกควายชนเสาไฟพลิกคว่ำดับ 2 ราย ไฟฟ้าดับ 2 อำเภอ

14.03.19 | 10:55 น.

เมื่อเวลา 04.10 น. วันที่ 14 มีนาคม ร.ต.อ.พิชัย คำพุทธ พงส.สภ.เมืองพะเยา ได้รับแจ้งเหตุมีรถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกควายชนกับเสาไฟฟ้าแรงสูงเป็นเหตุให้รถบรรทุกพลิกคว่ำตกข้างทางบริเวณโค้งบ้านดอกบัว ถนนพะเยา-ป่าแดด กม.ที่ 4 ห่างจากทางเข้า มทบ.34 ประมาณ 300 เมตร บ้านดอกบัว ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา โดยมีผู้ติดอยู่ในรถ หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่รุดไปที่เกิดเหตุพร้อมรถกู้ชีพ โรงพยาบาลพะเยา ทีมกู้ภัยลือชาท่าวังทอง กู้ภัยกลาง และ กู้ภัยมูลนิธิลือชา ซึ่งมีเครื่องมือตัดถ่างครบครัน เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในซากรถ


จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณทางโค้ง พบบรรทุก 6 ล้อ ฮีโน่ ทะเบียน 70-2672 พะเยา หัวเก๋งสีขาว พลิกหงายท้องอยู่ในร่องข้างทาง หน้ารถชนกับซอยข้างทางจนยุบ กดทับคนขับและผู้ที่นั่งมาด้วย รวม 2 คน ติดอยู่ในซากรถ กระบะท้ายมีควายถูกรถทับไว้ ซึ่งบางตัวได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อช่วยเหลือชีวิตคนที่ติดอยู่ในรถนานเกือบชั่วโมง แต่ไม่สามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ เนื่องจากหน้ารถอัดกับที่นั่งคนขับ

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ไฟฟ้าในพื้นที่ ต.ท่าวังทอง อ.เมืองพะเยา และ อ.ภูกามยาว จ.พะเยา ดับทั้งอำเภอ และถึงหมู่บ้านป่าไม้สีเหลือง ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่าง อ.ภูกามยาว จ.พะเยา กับ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย ระยะทางตามถนนประมาณ 30 กม.ไม่มีไฟฟ้าใช้ตั้งแต่เกิดเหตุ ต่อมาเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.พะเยา ได้นำรถเครนมาแก้ปัญหากระแสไฟฟ้าดับ และได้ยกรถบรรทุก 6 ล้อ ช่วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกทางหนึ่ง จนทำให้สามารถนำร่างผู้เสียชีวิตทั้งสองออกมาจากซากรถได้ ทราบชื่อต่อมาคือนายอนุศักดิ์ ปันผล อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 574 หมู่ 6 บ้านห้วยงิ้ว ต.ทุ่งรวงทอง อ.จุน จ.พะเยา ซึ่งเป็นคนขับ และนายกำพล ศรีคำ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเดียวกัน เป็นญาติพี่น้องกันและเป็นคนขับสำรอง

จากการสอบถามญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นทหารอยู่ที่ มทบ.34 ทราบว่า ผู้ตายทั้งสองมีอาชีพเป็นพ่อค้าวัว-ควาย ไปซื้อควายจากภาคอีสานมา จำนวน 22 ตัว เพื่อนำไปขายที่ จ.เชียงราย ก่อนเกิดเหตุได้โทรศัพท์ติดต่อกับทางบ้านว่ากำลังจะออกจากปั๊มน้ำมัน จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้ จนมาทราบทีหลังว่าประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

Advertisement

ขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.พะเยา แจ้งว่า หลังจากตัดสายไฟที่บริเวณจุดเกิดเหตุแล้ว จะทำการแยกจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากไฟดับอย่างรวดเร็วต่อไป โดยใช้เวลาประมาณไม่เกิน 1 ชม.