รมว.ยธ.สั่งช่วยเหลือครอบครัว ‘ลำดวน สีกันยา หรือสตรีแห่งขุนเขา’ ในทุกมิติ

รมว.ยธ.สั่งการให้ช่วยเหลือครอบครัว “ลำดวน สีกันยา” หรือสตรีแห่งขุนเขา ในทุกมิติ หลังตำรวจอังกฤษยืนยันผลดีเอ็นเอ เป็นลูกสาวลุงป้าชาวอุดรฯ

จากกรณีมีรายงานว่าตำรวจยอร์กเชียร์เหนือ ประเทศอังกฤษ แถลงยืนยันแล้วว่า ศพหญิงนิรนามชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่พบถูกทิ้งไว้ในอุทยานแห่งชาติยอร์กเชียร์ เดลส์ เมื่อ 14 ปีก่อน หรือที่ถูกเรียกว่าเป็น “สตรีแห่งขุนเขา” มีดีเอ็นเอตรงกับพ่อแม่ของ ลำดวน สีกันยา หญิงไทยจาก จ.อุดรธานี ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีการประสานขอความช่วยเหลือมายังกระทรวงยุติธรรมโดยยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าไปดำเนินการตรวจสอบแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือและ DNA และส่งไปให้ตำรวจนอร์ทยอร์กเชียร์

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีข้อสั่งการให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในทุกมิติอย่างเต็มที่ และถ้าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ได้รับค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนในคดีอาญาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกองทุนยุติธรรม ก็ให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ทั้งนี้ ปัจจุบันกระทรวงยุติธรรมยังไม่ได้รับการแจ้งว่าพบตัวผู้กระทำความผิดแล้วหรือไม่ เพียงแต่ได้รับทราบจากคำบอกเล่าของมารดาผู้เสียชีวิตว่า นางลำดวนเคยโทรศัพท์มาเล่าว่าถูกสามีทำร้ายร่างกายเป็นประจำ ซึ่งในปี 2547 นางลำดวนได้พาครอบครัวกลับมาเยี่ยมบ้าน และหลังกลับไปอังกฤษ 1 เดือน ได้โทรศัพท์มาบอกว่า สามีไม่ให้เงินใช้ และขาดติดต่อเรื่อยมา

นายธวัชชัยกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ถ้าหากพบตัวผู้กระทำความผิด ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 8 (ข) บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร และผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหาย และผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ จะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักรไทย คือผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปีตามมาตรา 288 และตามมาตรา 289 ต้องระวางโทษประหารชีวิตเช่นกันถ้าเข้าองค์ประกอบ กรณีผู้ใด (4) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (5) ฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย (6) ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น หรือ (7) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้

บทความก่อนหน้านี้รอผลตรวจแพทย์ก่อนแจ้งข้อหา’เบน ชลาทิศ’ เผยต้นสังกัดติดต่อให้ขอโทษแล้ว
บทความถัดไป‘พปชร.’ โวยถูกดิสเครดิต ปล่อยภาพตัดต่อ โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง