รถพ่วงบรรทุกน้ำตาลทรายเบรคแตก พุ่งชน 7 คันรวด เจ็บนับ 10 หน้าอูโมงค์เชื่อมป่ามรดกโลก (ชมคลิป)

26.03.19 | 09:16 น.

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 25 มีนาคม ร.ต.อ.สมัย สุดาชาติ รองสารวัตรเวร(สอบสวน) สภ.วังขอนแดง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย(อ.กบินทร์บุรี) เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงเทลเลอร์บรรทุกน้ำตาลทรายจาก อ.พิมาย จ.นครราชสีมามุ่งหน้าไปส่งยังท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เบรคแตกไม่สามารถควบคุมรถได้ เฉี่ยวชนรถคันอื่นมีทั้งรถบรรทุกยางมะตอย,รถบรรทุกน้ำมัน,รถกระบะ,รถแวนบรรทุกพระและแม่ชี ,รถเก๋งที่ขนคนกลับมาจากลงคะแนนเสียงเลือก ส.ส.เสียหาย ทั้งหมด 7 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 10 คน สถานที่เกิกเหตุ บนถนนสาย304 (นครราชสีมา-นาดี) กม.195 -196 หมู่บ้านทับลาน หมู่1 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและพร้อมด้วยนายนพดล งามเหลือ นอภ.นาดี รีบรุดไปตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุ เลยจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติอทับลาน เป็นถนน 4 ช่องจราจร ก่อนถึงทางโค้งปากทางเข้าสู่อุโมงค์เชื่อมผืนป่าระหว่างอุทยานแห่งชาติทับลานกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลก แห่งแรกในประเทศไทย ฝั่งขาลงมุ่งหน้าไป อ.กบินทร์บุรี พบรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนรวม 7 คัน คันแรกเป็นรถบรรทุกพ่วงหัวลากหมายเลขทะเบียน 84-7987 นครราชสีมา ตัวพ่วงทะเบียน 84-7986 นครราชสีมา บรรทุกน้ำตาลทรายแดงมาเต็มคันรถ จอดอยู่บริเวณกลางช่องจราจร หันหัวไปทางฝั่ง อ.กบินทร์บุรี สภาพหน้าหม้อรถพังยุบบังโคลนหลุดล่วงกระจกหน้าแจกทั้งบาน มีนายพรชัย อาภรณ์แก้ว อายุ 35 ปี เป็นผู้ขับขี่

ชนรถคันอื่น ประกอบด้วย รถแวนสีบอร์นทอง หมายเลขทะเบียน นข-3119 มหาสารคาม สภาพเสียหายทั้งคันเกือบเป็นเศษเหล็กจอดอยู่ในช่องเดินรถด้านซ้าย มีนายวีระศักดิ์ นักกะสีลา อายุ 62 ปี เป็นผู้ขับขี่ ในรถมีพระสงฆ์ แม่ชี นั่งมาในรถซึ่งเดินทางมาจากวัดแห่งหนึ่งของจังหวัดมหาสารคาม เพื่อไปร่วมงานวดพระอภิธรรมศพญาติที่ จ.ชลบุรีได้รับบาดเจ็บประกอบด้วย นายวีระศักดิ์ ผู้ขับขี่,พระอาจารย์วิกรม นักกะสีลา อายุ 58 ปี ,พระอุดม สีมีพันธุ์ อายุ 54 ปี,พระอาณัติ ประจุดทะเภ อายุ 23 ปี ,พระสุเทพ ตะราบ อายุ 60 ปี แม่ชีอัตมี อารีธวัช อายุ 63 ปี บาดเจ็บเล็กน้อยหน่วยกู้ภัยนำตัวส่ง ห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.นาดีแล้ว

คันที่ 3 เป็นรถบรรทุกถังน้ำมัน(ยางมะตอย)หัวลาก ทะเบียน 71-5598 ชลบุรี ตัวพ่วง71-4989 ชลบุรี สภาพถูกชนด้านหน้าและด้านข้างขวาได้รับความเสียหาย มีนายวุฒิ สุนทรวัน เป็นผู้ขับขี่

Advertisement

คันที่ 4 เป็นรถเก๋งสีขาวยี่ห้อฮอนด้ารุ่นซีวิค ทะเบียน ญฎ-179 กทม.จอดอยู่ในช่องทางเดินรถด้านขวาหน้ารถและท้ายพังยุบเข้าหาตัวรถ พบรถเฉี่ยวชนกับเกาะกลางถนนและเสาไฟฟ้าส่องสว่างรายทาง มีนายวิษณุ มะลิรัตน์ อายุ 47 ปี เลขที่ 137 หมู่ 13 ต.แสนสุข อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เป็นผู้ขับขี่ ขับรถพาภรรยา,บุตรสาว,หลาน รวม 6 คน กลับมาจากลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ภูมิลำเนา จ.ร้อยเอ็ด กำลังเดินทางกลับไปที่ทำงานที่พัทยา จ.ชลบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บในรถประกอบด้วย นางรสริน ปวโก บุตรสาว ,นางอทิตย์ แถวนาชุม อายุ 53 ปี ภรรยา ,น.ส.ปทุมรัตน์ แถวนาชุม บุตรสาว ,ดช.ธนพล แถวนาชุม หลานชาย

คันที่ 5 รถยนต์กระบะ ยี่ห้อเชฟโรเล็ต สีดำทะเบียน บบ-1662 สกลนคร จอดอยู่ในช่องเดินรถด้านขวาสภาพกันชนด้านหน้าและด้านท้ายถูกชน-กระแทกได้รับความเสียหาย มีนายพิทักษ์ แสนทา อายุ 32 ปี เป็นผู้ขับขี่ นำคนโต 3 คน เด็ก 2 คน จาก จ.สกลนครมุ่งหน้าไป จ.ระยอง ถูกรถเก๋งที่ถูกชนกระแทกต่อ

คันที่ 6 รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำทะเบียน ผบ-134 ขอนแก่น หยุดอยู่ในช่องทางด้านซ้าย เสียหายบริเวณขอบล้อหน้าถูกชนครูดยาวไปทางท้ายรถ มี น.ส.พัสดา โชติริป เป็นผู้ขับขี่ และ คันที่ 7 รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ หมายเลขทะเบียน ผจ-9925 อุดรธานี หยุดอยู่บริเวณไหล่ทางด้านซ้าย ถูกชน-กระแทกต่อๆ เสียหายบริเวณแคปและกระบะทั้งซ้าย–ขวามีนายทรงศักดิ์ คนหาญ เป็นผู้ขับขี่

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายพรชัย อาภรณ์แก้ว ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ รถบรรทุกพ่วงทะเบียน 84-7986 นครราชสีมา บรรทุกน้ำตาลทรายแดงมาจาก อ.พิมาย จ.นคราชสีมาเพื่อนำไปส่งท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุไม่สามารถห้ามล้อ เนื่องจากระบบเบรคขัดข้อง เป้นเหตุให้เฉี่ยวชนรถยนต์ของอื่นได้รับความเสียหายรวม 6 คันรวด และมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว โดยทั้งหมดนำส่งที่ รพ.นาดี ได้แจ้งข้อกล่าวหาขับขี่รถด้วยความประมาท

ด้านนายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผวจ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ได้เกิดอุบัติเหตุต่อเนื่องบนถนนสาย 304 (นครราชสีมา-นาดี) โดยเฉพาะช่วงผ่านระหว่างอุทยานแห่งชาติทับลานกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในเทสกาลสงกรานต์ได้กำหนดมาตราการป้องกันและลดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะรถขนาดใหญ่ หรือรถโดยสารช่วงลงจากภูเขที่มักเบรคแตก เนื่องจากการใช้ความเร็วสูง ให้ลดความเร็วเป็น 0 ช่วงก่อนลงเขา,การวางกรวยยางบังคับเส้นทาง ,การตั้งจุดตรวจเข้มงาดต่อไป โดยเฉพาะอุโมงค์เชื่อมผืนป่ามรดกโลกและบริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อปู่โทน