ความคืบหน้าเหตุ ดร.วันชัย ดนัยตโมนุท อายุ 60 ปี อาจารย์ประจำวิทยาลัยการฝึกหัดครู สาขาการบริหารการศึกษา หลักสูตรปริญญาโท มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ใช้อาวุธปืนยิง ผศ.ดร.พิชัย ไชยสงคราม อายุ 56 ปี ประธานสาขาวิชาบริหารการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย และดร.ณัฐพล ชุมวรฐายี 54 ปี ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เสียชีวิตในห้องเลขที่ 502 ชั้น 5 อาคารเรียนรวมและศูนย์วัฒนธรรม พุทธวิชชาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน หลังเกิดเหตุ ดร.วันชัยขับรถยนต์หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าล้อมจับ ดร.วันชัยที่ลานจอดรถโรงแรมสุภาพ ย่านสะพานควาย โดย ดร.วันชัยถืออาวุธปืนจ่อขมับตัวเองตลอดเวลา เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้วางอาวุธปืน ใช้เวลานานร่วม 7 ชั่วโมง แต่ไม่เป็นผล ดร.วันชัยตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงศีรษะตัวเองในที่สุด
ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. หนึ่งในทีมเจรจาต่อรอง เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุยิง 2 ดร. แล้ว ดร.วันชัยส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ถึงเฮียเฮง มีฐานะเป็นพี่ชาย สั่งเสียว่าหากตนเสียชีวิตให้นำศพไปไว้ที่วัดย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี สวดพระอภิธรรม 3 วันก่อนเผา ต่อมาตนสั่งระดมชุดสืบสวน บก.น.2 ชุดสืบสวน บช.น. ไปค้นตามที่ต่างๆ ที่คาดว่า ดร.วันชัยจะหนีไปหลบซ่อน แต่ก็ไม่พบตัว กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 19 พฤษภาคม ไปประชุมคดีดังกล่าว และสอบปากคำอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครถึงปมขัดแย้งที่ทำให้ ดร.วันชัยตัดสินใจกระทำการดังกล่าวลงไป จากนั้นเวลา 11.06 น. ตำรวจรับการประสานจากลูกสาวเฮียเฮงว่า ดร.วันชัยส่งอีเมล์มาเล่าถึงสาเหตุของปมขัดแย้งให้ฟัง จากนั้นไม่นานชุดสืบสวนพบพิกัดของ ดร.วันชัยว่าอยู่ที่บริเวณโรงแรมสุภาพ จึงระดมตำรวจ บก.ป.บก.น.2 และ บก.สส.บช.น. เข้าตรวจสอบ
พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวต่อว่า เมื่อไปถึงโรงแรมสุภาพ พบ ดร.วันชัยในลักษณะยืนสภาพอิดโรยและมีอาการเครียด มือขวาถืออาวุธปืนขนาด 9 มม. จ่อขมับตัวเองตลอดเวลา ตนได้ประเมินสถานการณ์แล้วว่าไม่มีการจี้ตัวประกัน จึงไม่อยากใช้วิธีการรุนแรงเพราะอาจมีการสูญเสียทั้ง 2 ฝ่าย จึงเริ่มเจรจาต่อรองให้วางปืนลง เอาญาติพี่น้อง คนที่ ดร.วันชัยไว้ใจที่สุดมาเกลี้ยกล่อม พยายามเอาน้ำไปให้ดื่ม เอาบุหรี่ให้สูบ และให้คำมั่นว่าจะให้ความเป็นธรรม ให้ความสบายใจ ขณะนั้น ดร.วันชัยมีท่าทีผ่อนคลายลง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมไม่บุกเข้าจู่โจมขณะที่มีจังหวะลดอาวุธปืนลง พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ไม่อยากใช้วิธีการที่รุนแรง เขาไม่มีตัวประกัน เราประเมินแล้วว่าหากจู่โจมเข้าไป ญาติที่เจรจาอยู่อาจโดนลูกหลง อาจจะมีการสูญเสียมากกว่านี้
“ระหว่างเจรจานั้นเราถามตลอดว่าอยากได้อะไร เขาก็บอกว่าไม่อยากได้อะไร และขอโทษที่ทำให้ทุกท่านลำบาก เขาพูดว่ากลัวติดคุก กลัวถูกประหารชีวิต ตลอดเวลายังพูดอีกว่า ผมขอละสังขาร และก้มลงมองนาฬิกา ก่อนจะตัดสินใจทำร้ายตัวเอง พวกเราทำดีที่สุดแล้ว ตอนนี้ยังรู้สึกเสียใจที่ช่วยชีวิตเขาไม่ได้ อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์กับทุกคนด้วย” พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าว

