รวบ 2 หนุ่มยูเครนตระเวนกดเงินสดตู้เอทีเอ็มย่านสุขสวัสดิ์กว่าล้านบาท

20.05.16 | 17:05 น.

เมื่อเวลา15.00 น วันที่20 พฤษภาคม ที่ สน.ราษฎร์บูรณะ พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบก.น.8 พร้อม พ.ต.อ.เจษฏา สวยสม ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ พ.ต.ท.ณัฐจักร จันลา รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ธนูพล จินตาคม สว.สส. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ราษฎร์บูรณะและตัวแทนชมรมบริการเอทีเอ็มไทย ได้ร่วมกันแถลงจับกุมตัวนายโอเล็ก คาชมาริก อายุ 19 ปี สัญชาติยูเครน พาสปอร์ตเลขที่ FC259809 และ นายอันเดร เลชชินสุกี้ อายุ 29 ปี สัญชาติยูเครน พาสปอร์ตเลขที่ ER273895 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันใช้และมีไว้ใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมโดยมิชอบโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” จับกุมได้เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่20 พฤษภาคม โดยจับกุมตัวนายโอเล็ก ได้ที่บริเวณริมถนนสุขสวัสดิ์ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯและ นายอันเดร ได้ที่จุดพักผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง F3 สนามบินสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยของกลาง บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ปลอม 81 ใบ เงินสด 100,000 บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นDUOS จำนวน 1 เครื่องที่มีรหัสบัตรกดเงินสดของบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอ) เสื้อยืดสีเทา 1 ตัว


พล.ต.ต.มนตรีกล่าวว่า ตำรวจได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทย ว่ามีกลุ่มชายชาวต่างชาติออกตระเวนถอนเงินสดจากตู้กดเงินสดอัตโนมัติ โดยใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมของคนอื่นมา จากการตรวจพบว่ามีการเริ่มกดเงินตามถนนสุขสวัสดิ์และถนนพระราม2 ตั้งแต่ วันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตาม กระทั่งวันที่20 พฤษภาคม พบว่านายโอเล็กไปกดถอนเงินสดที่ตู้กดเงินสดธนาคารกสิกรไทย สาขาสุขสวัสดิ์ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบของกลางในกระเป๋าหนังสะพายข้างสีดำ ที่นายโอเล็กสะพายอยู่ มีบัตรอีเล็กทรอนิกส์ จำนวนมาก
พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 20 พฤษภาคม นานอันเดร กำลังจะเดินทางกลับประเทศยูเครนด้วยกัน โดยขึ้นเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิและได้ควบคุมตัวนายอันเดรไว้ได้ บริเวณจุดพักผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องในช่อง F3 จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาได้มีการกดเงินมาแล้ว 6 ครั้งรวมมูลค่าความเสียหายจำนวนกว่า 1,000,000บาท อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา จะต้องทำการตรวจสอบและสอบปากคำผู้ต้อฃหาทั้ง 2 ต่อไป

ด้านตัวแทนชมรมบริการเอทีเอ็มไทย กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียกผ่านทางกลุ่มไลน์ของชมรมว่ามีลูกค้าได้รับความเสียหายโดยมีการกดเงินออกไปจากบัญชีโดยที่ลูกค้าไม่ได้เป็นคนกดเอง ซึ่งตรวจสอบพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีการนำเครื่องสกิมเมอร์ไปวางไว้ตรงบริเวณตู้เอทีเอ็มย่านสุขสวัสดิ์และพระราม2 เพื่อทำการคัดลอกข้อมูลของกลุ่มลูกค้า โดยจะเว้นช่วงของระยะเวลาให้ห่างกันเพื่อไม่ให้เกิดข้อสงสัยและถูกจับได้

นายโอเล็ก รับสารภาพว่า เดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทยได้เพียง 4 วัน ระหว่างนั้นได้รู้จักกับบุคคลที่เป็นผู้ทำเครื่องสกิมเมอร์ผ่านทางแอพพลิเคชั่น ซึ่งเป็นกรุ๊ปคุยกันคล้ายกรุ๊ปไลน์ จากนั้นจึงได้มีการพูดคุยตกลงร่วมทำงานกัน โดยทุกครั้งที่นัดรับของจะนัดบริเวณห้องน้ำภายในห้างสรรพสินค้า จากนั้นบุคคลที่มาส่งของจะนำของมาให้โดยหย่อนลงมาในห้องน้ำที่ตนอยู่ โดยภายในถุงดังกล่าวจะมีบัตรสกิมเมอร์และเงินสดจำนวน 6,000 บาทซึ่งเป็นเงินค่ากินอยู่เพียงเท่านั้น ไม่เคยได้รับเงินเป็นก้อนเลย อย่างไรก็ตามรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำและรู้ว่าสิ่งที่ตนทำนั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

Advertisement

นายอันเดร ให้การปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของนายโอเล็ก เนื่องจากมีธุรกิจอิเล็กโทรนิค์ส์อยู่แล้วที่ประเทศยูเครน ไม่มีเห็นจำเป็นที่ต้องก่อเหตุดังกล่าว เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อที่จะมาเที่ยวพักผ่อนเพียงเท่านั้น