จับยาเสพติด 3 บิ๊กล็อตรวมยาบ้า 3 แสนกว่า กัญชา 300 กก. ผู้ต้องหา 11 คน

21.05.16 | 11:45 น.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 พฤษภาคม ที่กองบัญชาการปรายาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. พร้อมด้วยนายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส. พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ ทั่งทอง ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.ไชยยา รุจจนเวท ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงค์ ผบก.ปส.3 พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ ผบก.ปส.4 นายสิทธิศักดิ์ กันณประดิษฐ์ ผอ.สปป.สำนักงาน ป.ป.ส.และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันแถลงจับกุมผู้ต้องหายาเสพติดรายสำคัญทั้งหมด 11 คน จำนวน 3 คดี


คดีที่แรกเจ้าหน้าที่ กก.ปส.3 บช.ปส. จับกุมนายมนัสหรือนัส หุ่นกระจก อายุ 41 ปี นายเรวัตหรือโอ๋ โหลขุนเซียม อายุ 38 ปี และนายนครพันธ์หรืออ๊อฟ อ่อนดีสุขใจ อายุ 29 ปี ในฐานความผิดข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และแจ้งข้อกล่าวหานายนครพันธ์ เพิ่มเติมว่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางยาบ้า 50 มัด รวมยาบ้า 100,000 เม็ด และยาบ้าเม็ดสีแดงจำนวน 5 เม็ด ยาไอซ์ 1 ซองเล็ก รถกระบะ 2 คัน อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสันจำนวน 1 กระบอก พร้อมซองกระสุนปืน จำนวน 1 อัน เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 7 นัด โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และกระเป๋าผ้าสีดำ 1 ใบ โดยสามารถจับกุมได้บริเวณถนนคู่ขนานทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา

พล.ต.ต.พรชัยกล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้มีพฤติกรรมลักลอบค้ายาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่สืบสวนหาข้อมูลกลุ่มดังกล่าวนานถึง 6 เดือน ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบจนแน่ชัดว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มีพฤติการณ์ดังกล่าวจริง จึงประสานสายลับติดต่อกลุ่มผู้ต้องหานัดส่งยาเสพติดบริเวณสถานที่จับกุม เมื่อถึงวันนัดหมายเจ้าหน้าที่นำกำลังซุ่มอยู่โดยรอบ ก่อนพบรถกระบะ 2 คัน ตรงตามที่ได้รับแจ้งจากสายลับขับเข้ามา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมก่อนยึดของกลางทั้งหมดส่งดำเนินคดี

ก.4

Advertisement

คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ กก.ปส.3 จับกุมนายวรกมล เฉยเถื่อน อายุ 24 ปี ชาวจ.สิงห์บุรี ในฐานความผิดข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางยาบ้า 100 มัด รวมประมาณ 206,000 เม็ด รถเก๋งยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน กจ1492 ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 คัน โดยสามารถจับกุมได้บริเวณด่านตรวจพยุหะคีรี หมู่ 3 ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์

พล.ต.ต.พรชัยกล่าวว่า สืบเนื่องจากขณะที่เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจอยู่บริเวณสถานที่จับกุม มีรถเก๋งสีเทาขับมาที่ด่านด้วยความเร็วมีพิรุธเหมือนจะหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงเรียกเข้าตรวจค้น พบยาบ้าซุกซ่อนไว้ในรถและกระโปรงหลังเป็นจำนวนมาก จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายวรกมลรับยาบ้าดังกล่าวมาจากชนกลุ่มน้อยบริเวณรอยต่อจ.นครสวรรค์-พิษณุโลก มีตัวการใหญ่อยู่ใน จ.ลพบุรี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลการจับกุมต่อไป

และคดีสุดท้ายเจ้าหน้าที่ กก.2 บช.ปส. จับกุมนายสุรชิต วิลาด อายุ 37 ปี นายอนุลักษณ์ แพงวงษ์ อายุ 43 ปี นายอรรถพล จันทร์อร่าม อายุ 19 ปี นายทศพล สวัสดิ์วงค์ชัย อายุ 34 ปี นายประดิษฐ์ วิลาส อายุ 43 ปี นางคำวิไล โสมบันดิด อายุ 40 ปี สัญชาติลาว และนายวอน โสมบันทิด อายุ 32 ปี สัญชาติลาว ในฐานความผิดมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลาง กัญชา 300 กิโลกรัม รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีเทา ทะเบียน กฉ 6608 สกลนคร รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมลา สีบรอนซ์ ทะเบียน กย 7330 อุดรธานี รถเก๋งยี่ห้อเชฟโลเลต รุ่นซาฟีรา สีน้ำเงิน ทะเบียน ภร 8151 กรุงเทพมหานคร และโทรศัพท์มือถือจำนวน 7 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้ที่ กรีนวิวรีสอร์ท ต.ดอนชมพู อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ต่อเนื่องริมถนนหน้าโรงแรมเจริญธานี ขอนแก่น ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ต่อเนื่องบ้านเลขที่ 105 ม.2 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม และต่อเนื่องศูนย์อาหารบิ๊กซีนครพนม อ.เมือง จ.นครพนม

พล.ต.ต.ไชยยากล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบค้ากัญชาบริเวณแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณพื้นที่จ.นครพนม จากนั้นเจ้าหน้าที่ประสานให้สายลับติดต่อซื้อกัญชาจากนางคำวิไลจำนวน 300 กก.เป็นเงิน 1,800,000 บาท ก่อนได้รับแจ้งว่าให้ไปรับกัญชาที่ห้องพักหมายเลข วี6 กรีนวิวรีสอร์ต โดยมีนายสุรชิตเป็นผู้ติดต่อนัดหมายกับสายลับ เมื่อไปถึงพบกัญชาจำนวน 9 กระสอบซุกอยู่ในห้องและพบนายสุรชิตนั่งอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวจับกุม ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นได้รับความร่วมมือจากนายสุรชิต จึงสามารถจับกุมผู้ต้องหาร่วมขบวนการรายอื่นๆ อีกหลายราย ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งดำเนินคดีต่อไป