สาวเข่าอ่อน ตกเป็นเหยื่อแก๊งตกทอง อาละวาดแถวบีทีเอสพร้อมพงษ์ สูญทอง 3 บาท

21.05.16 | 18:42 น.

เมื่อ 16.00 น.วันที่ 21 พฤษภาคม ที่สน.ทองหล่อ ขณะที่ร.ต.อ.ทรงธรรม วรพันธ์ รองสว.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ กำลังปฎิบัติหน้าที่ ได้มีน.ส.น้ำผึ้ง อังคะเว อายุ 30 ปี ชาวจ.นครราชสีมา แจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกคนร้ายจำนวน 2 คน ร่วมกับปลดทรัพย์ สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้นและสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น เงินสด 2,000 บาท และโทรศัพท์มือถือเอไอเอส รุ่นลาวา มูลค่า 2,900 บาท 1 เครื่อง บริเวณทางขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีพร้อมพงษ์ ถ.สุขุมวิท ขาออก แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ผ่านมา


น.ส.น้ำผึ้ง ให้การว่า ขณะที่ตนกำลังจะขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่สถานีพร้อมพงษ์เพื่อจะไปทำธุระย่านพระขโนง จู่ๆมีหญิงสาวร่างอ้วนทำทีมาถามทางกับตนว่าไปปากเกร็ดขึ้นรถเมล์สายไหน ได้ตอบไปว่าไม่รู้ จากนั้นมีหญิงสาวร่างผอมก็ได้เข้ามาประกบตนและเข้ามาบอกทางไปปากเกร็ด ก่อนที่หญิงสาวร่างผอมจะถามหญิงสาวร่างอ้วนว่าจะไปทำอะไรที่ปากเกร็ด หญิงร่างอ้วนก็ได้เล่าว่าตนจะไปเยี่ยมญาติที่กำลังป่วยหนักแต่ไม่มีเงินที่จะไปรักษา

จากนั้นหญิงสาวร่างอ้วนยังบอกอีกว่า มีพระเครื่องอยู่ 1 องค์และอยากที่จะขายพร้อมกับหยิบพระออกมาให้ตนดู ทันใดนั้นหญิงสาวร่างผอมมีท่าทีตกใจ ก่อนจะอุทานออกมาว่านี่คือพระสมเด็จฯมีมูลค่าสูงมาก และบอกกับตนว่ารู้จักชายคนหนึ่งชื่อเฮียฮ้อ ที่เปิดร้านทองอยู่ชั้นใต้ดิน ภายในห้างสรรพสินค้าดิเอ็มโพเรี่ยม พร้อมพงษ์ ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งต้องการพระองค์นี้มาก จึงนำโทรศัพท์โทรหาเฮียฮ้อทำทีเป็นสอบถามราคา ก่อนบอกกับตนว่าถ้าขายให้กับเฮียฮ้อจะได้ราคาสูงถึง 2 ล้านบาท ก่อนที่หญิงอ้วนออกอุบายว่าถ้าขายได้ตามราคาดังกล่าวจะแบ่งกำไรเท่าๆกัน แต่ต้องถอดทรัพย์สินทั้งหมดมาเก็บไว้ที่ตน หลังจากนั้นหญิงสาวร่างผอมก็ได้ยื่นทรัพย์สินที่มีอยู่ในตัวทั้งหมดให้กับหญิงสาวร่างอ้วน

น.ส.น้ำผึ้ง กล่าวต่ออีกว่า ระหว่างพูดคุยนั้นเองตนมีสภาพคล้ายคนถูกป้ายยาจึงยอมถอดสร้อยคอทองคำ เงินสด และโทรศัพท์ให้ไปทั้งหมด อย่างง่ายดาย ก่อนที่หญิงสาวอ้วนจะนำพระให้ตนไปขายที่ร้านทองดังกล่าว และบอกว่าจะยืนคอยอยู่ที่ทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้า ตนเดินข้ามถนนไปจนถึงชั้นใต้ดินแต่เดินหาเท่าไหร่ก็ไม่พบร้านทอง จึงสอบถามพนักงานห้างแต่กลับได้รับคำตอบว่าไม่มีร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ตนตกใจมากจึงรีบวิ่งกลับไปฝั่งตรงข้ามแต่กลับไม่พบหญิงทั้ง 2 คนแล้ว จึงรีบมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่

Advertisement