เมื่อวันที่ 4 เมษายน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า
… ฉากหนึ่งในยุทธภพ …
ทะเลสาบไซโอ้ว แดดส่องต้องพื้นน้ำระยิบระยับ
“เล่งฮู้ชง” โดยสารเรือ จิบสุราเพ่งมองไปไกล ทอดถอนใจนึกถึงเรื่องราวในยุทธภพ
หลังสำนัก”หัวซาน”จบสิ้น ผลการประลองครั้งใหญ่ “บู๊ตึ๊ง”ยังคงเป็นสำนักอันดับหนึ่ง “เส้าหลิน”สำนักเก่าแก่ถึงคราตกต่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
สำนัก”กระบี่อนาคต” ปรากฏขึ้นด้วยพลังของจอมยุทธ์อายุเยาว์ ขณะที่สำนัก”คืนความสุขสันต์” กำลังเปล่งรัศมีเพื่อสืบทอดวิชานอกรีต
ยุทธภพเกิดความปั่นป่วน สุ่มเสี่ยงจะลุกลามเป็นพายุใหญ่
สำนัก”กงกงเต๊ก” ผู้จัดการประลองมิอาจสร้างการยอมรับ ขุนพลใหญ่ของทางการปรากฏตัววิจารณ์เรื่องราว เหล่าชาวยุทธ์เล่นงานกันด้วยสารพัดวิธี
“เล่งฮู้ชง” ออกผาดโผนมานาน การต่อสู้เฉพาะตัว “เก้ากระบี่เดียวดาย” มิเคยพ่ายแพ้ใต้คมอาวุธผู้ใด
เพียงแต่วันนี้ทุกฝ่ายมิอาจยึดกุมด้ามกระบี่ แต่ต้องยึดกุมหลักการแห่งยุทธภพ
หากไร้ซึ่งหลักการที่ถูกต้อง การห้ำหั่นของชาวยุทธ์จะปราศจากชัยชนะที่แท้จริง
ในชัยชนะจะมีพ่ายแพ้ และในพ่ายแพ้จะแฝงไว้ด้วยชัยชนะ
อาจบางที หนทางสู่ชัยชนะมิใช่เพลงอาวุธ แต่เป็นหัวใจบริสุทธิ์ที่จะปกป้องยุทธภพ เพื่อให้เหล่าชาวยุทธ์ต่างสำนัก ต่างแนวทางดำรงอยู่ร่วมกัน
นี่จึงเป็นสมบัติล้ำค่าสู่ชนรุ่นหลัง ยิ่งกว่าคัมภีร์ยุทธ์ใดๆ
เปลี่ยนจากเข่นฆ่าเป็นแบ่งปัน แปรจากห้ำหั่นเป็นเข้าใจ
เท่านี้…
หรือแท้จริงยุทธภพเพียงต้องการสิ่งนี้ ?
สุรายังถูกรินไม่ขาดสาย
เล่งฮู้ชง ส่งสัญญาณคนเรือแล่นต่อไป
พลางหยิบพิณขึ้นบรรเลงบทเพลง
บทเพลงเย้ยยุทธจักร

