ศาลเลื่อนนัดพร้อม’ลูกชายห้างทอง’ฟ้อง2น้องสาวพ่อ เรียกหุ้นคืน 201ล้านบาท โอดโดนปลดพ้นกรรมการ

23.05.16 | 14:22 น.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม ที่ห้องพิจารณา 506 ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมคดีที่นายแทนทอง ธรรมวัฒนะ อายุ 31 ปี ลูกชายนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ณฤมล ธรรมวัฒนะ หรือมังกรพาณิชย์ และ น.ส.คนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ อาของนายแทนทอง เป็นจำเลย ฐานผิดสัญญาตัวแทนเรียกหุ้นคืน 739,964 หุ้น มูลค่า 201 ล้านบาท

แทนทอง2

คำฟ้องสรุปว่าเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 จำเลยทั้งสองในฐานะตัวแทนโจทก์ชื้อหุ้นบริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จำกัด จำนวน 736,964 หุ้น และหุ้นของบริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ (1990) จำกัด จำนวน 3,000 หุ้น รวมถึงสิทธิในหุ้นของบริษัทในเครือจากนายปริญญา ธรรมวัฒนะ ต่อมาจำเลยทั้งสองได้จดแจ้งชื่อของจำเลยทั้งสองเข้าไปถือหุ้นของบริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จำกัด แทนโจทก์คนละ 368,482 หุ้น และบริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ (1990) จำกัด แทนโจทก์คนละ 1,500 หุ้น โดยจำเลยทั้งสองจดแจ้งชื่อของตัวเองเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นในส่วนที่จำเลยทั้งสองชื้อไว้เองโดยไม่ยอมโอนหรือส่งมอบให้แก่โจทก์

วันนี้นายแทนทอง โจทก์ ทนายความโจทก์ และน.ส.คนึงนิตย์ จำเลยที่ 2 เดินทางมาศาล ขณะที่ น.ส.ณฤมล จำเลยที่ 1 ไม่มาศาล มีเพียงทนายความผู้รับมอบอำนาจเดินทางมาศาล

ทนายความ น.ส.ณฤมล จำเลยที่ 1 แถลงต่อศาลว่า จำเลยที่ 1 ขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การไปอีก 15 วัน เนื่องจากยังไม่แล้วเสร็จ

Advertisement

ศาลพิเคราะห์เห็นว่าอนุญาตให้เลื่อนส่งคำให้การจำเลยในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ และให้นัดพร้อมคู่ความอีกครั้งในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ เวลา 09.00 น.

นายแทนทองกล่าวว่า ประเด็นที่ยื่นฟ้องคือ เรื่องผิดสัญญาตัวแทน เมื่อปี 2555 ช่วงกลางปี ตนต้องการซื้อหุ้นตลาดยิ่งเจริญในส่วนของคุณพ่อจากนายปริญญา ธรรมวัฒนะ คุณอา จึงขอให้ น.ส.ณฤมล และ น.ส.คนึงนิตย์ เป็นตัวแทนซื้อขายหุ้นจำนวนดังกล่าวให้ ขณะเดียวกันคุณอาทั้ง 2 จะซื้อหุ้นในส่วนของตัวเองกับนายปริญญา ด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นมีการซื้อหุ้นจำนวนดังกล่าว จะมีเอกสารตามประนีประนอม สัญญาประนีประนอมยอมความทั้งหมด หลังจากได้ซื้อขายกันมีการชำระเงินให้กับนายปริญญาไปแล้วและ น.ส.ณฤมลและ น.ส.คนึงนิตย์ ได้โอนชื่อตัวเองเข้าเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท จากนั้นตนจึงทวงถามถึงหุ้นของตนเอง น.ส.คนึงนิตย์ตอบกลับมาว่าพร้อมที่จะโอนหุ้นคืนให้และเป็นตัวแทนซื้อขายหุ้นจำนวนดังกล่าวจริง แต่ น.ส.ณฤมล ยังติดขัดในส่วนตรงนี้อยู่ที่ไม่ยอมคืนหุ้นให้ ไม่ยอมเซ็นโอนคืนให้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของน.ส.คนึงนิตย์ที่บอกว่าจะคืนหุ้นให้ได้หรือยัง นายแทนทองกล่าวว่า ขณะนี้ยัง เพราะยังติดที่ น.ส.ณฤมล ไม่ยอมเซ็นเพราะต้องเซ็นชื่อทั้ง 2 คน เมื่อถามว่า ขอชื้อหุ้นคืนจำนวนเท่าไร มูลค่าเท่าไหร่ และยื่นฟ้องเมื่อไหร่ นายแทนทองกล่าวว่า 7 แสนกว่าหุ้น ส่วนมูลค่าเท่าไรขอไม่พูด และได้ยื่นฟ้องไปเมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา หุ้นดังกล่าวเป็นของคุณพ่อที่เคยครอบครองและยังมีอีกบริษัทหนึ่ง 3,000 หุ้น ต้องการเฉพาะในส่วนของคุณพ่อคืน เมื่อถามว่ามีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องการบริหารหรือไม่ นายแทนทองกล่าวว่า “มีครับ แต่ว่าเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา น.ส.ณฤมล ใช้อำนาจมติกรรมการปลดผมออกจากการเป็นกรรมการทุกบริษัทของตลาดยิ่งเจริญไปแล้ว อ้างว่าผมทำตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อ น.ส.ณฤมล ผู้เป็นประธานบริษัท”

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะที่ตกลงกันว่าจะขอซื้อหุ้นคืน มีเอกสารสัญญาตกลงกันหรือไม่ว่าจะให้ น.ส.คนึงนิตย์และ น.ส.ณฤมล ซื้อหุ้นคืนมาให้และโอนคืนให้ภายหลัง นายแทนทองกล่าวว่า มีหลักฐานพอสมควร คือไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้ว และตนไม่อยากให้มีเรื่องกันขนาดนี้ เพราะเป็นญาติกันทั้งนั้น คุณอาควรจะเห็นใจตนด้วยซ้ำ แต่หลังจากที่กลับเข้ามาทำงานกันในตลาดเมื่อปีที่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป