ลูกค้าช็อก! รู้ความจริง คาเฟ่แมวฉาว ใช้พันธุ์สฟิงซ์ผสมกับแมวตัวอื่นๆ นับสิบ

17.04.19 | 18:20 น.

เมื่อเวลาเวลา 11.45 น. วันที่ 17 เม.ย. 62 พ.ต.ท.อารักษ์ หาหอม สวป.สน.สายไหม ได้เดินทางมาตรวจสอบที่ร้าน venice cat corner หลังจากที่มีข่าวเผยแพร่ออกไป โดยสภาพหน้าร้านปิดเงียบไม่มีการเข้าออกแต่อย่างใด ทาง ตร.ได้กดกริ่งเพื่อเรียกและพยายามติดต่อผู้ที่อยู่ในร้าน แต่ไม่มีใครออกมาพบแต่อย่างใด


พ.ต.ท.อารักษ์กล่าวว่าได้รับมอบหมายจาก ผกก.ให้มาตรวจสอบหาข้อมูลเกี่ยวกับข่าวที่ถูกเผยแพร่ออกไป ในเบื้องต้นทราบว่าเมื่อวาน (วันที่16เม.ย.62) ทาง ตร.ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทที่ร้านดังกล่าว จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจมาดูแลระงับเหตุ จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเข้ามาพอดี จึงปรากฎภาพเจ้าหน้าที่ตร.อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งระหว่างที่มีการตกลงเคลื่อนย้ายแมวก็ไม่มีปัญหาอะไร โดยทางพนักงานร้านได้มอบแมวที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีการฝากและดูแลของร้านให้ทางมูลนิธิไปดูแล ส่วนแมวที่อยู่ในบัญชีรายชื่อรับฝากจำนวน 5 ตัวและของพนักงานอีก 3 ตัวไม่สามารถให้ไปได้เพราะมีเจ้าของ ส่วนซากแมวแช่แข็งก็ไม่พบแต่อย่างใด ตอนนี้ทาง ตร.ยังไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากยังไม่มีใครมาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดี ส่วนเรื่องสัตวแพทย์ที่ถูกดำเนินคดีนั้นไม่ใช่ของ สน.สายไหม แน่นอน

จากการสอบถาม รปภ.ทราบว่าช่วงเกิดเหตุเมื่อวานนี้ ทาง รปภ.ได้เข้ามาดูแล แต่เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ ตร.อยู่แล้ว จึงได้ออกมาสังเกตการณ์ทางกล้องวงจรปิดที่ป้อม ก็ไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติ ชึ่งร้านดังกล่าวได้ซื้อขาดจากโครงการไปแล้ว และได้ปล่อยให้คนอื่นเช่า เปิดเป็นร้านดูแลสัตว์เลี้ยง แล้วเช่าช่วงต่อหลังจากเจ้าของรายแรกถูกดำเนินคดี มาเกือบปีแล้วก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร จนช่วงประมาณ 1 เดือนก่อนสงกรานต์ เด็กส่งน้ำแข็งที่เข้าไปส่งน้ำแข็งในร้านเป็นประจำ ได้มาบอกกับ รปภ.ให้เข้าไปดูแมวในร้านบ้างเพราะเห็นผอมแห้งจะตายอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล หลังนั้นก็รับทราบจากเด็กส่งน้ำแข็งว่าไม่สามารถเข้าไปส่งน้ำแข็งในร้านได้ เพราะไม่ยอมเปิดประตูร้านและไม่สามารถติดต่อคนด้านในได้

Advertisement

ต่อมาได้มี น.ส.ซิน (ไม่ขอเปิดเผยนามจริง) ได้ขับรถเก๋งมาจอดที่หน้าร้าน แล้วกดกริ่ง และพยายามส่องดูด้านในของร้าน แต่ก็ไม่มีใครออกมาเหมือนเดิม ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าหลังจากทราบข่าวจึงรีบเดินทางมาที่ร้านเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง เพราะเป็นห่วงน้องแมวในร้าน ที่ตนเคยมาเที่ยวมาแวะที่ร้านเป็นประจำเพื่อดื่มกาแฟและเล่นกับแมวที่ร้านที่เปิดเป็นคาเฟ่แมว แต่ต้องหยุดไปกว่า3เดือนเพราะตนป่วยเป็นโรคภูมิแพ้กำเริบ

เวลามาที่ร้านก็จะมาเล่นกับแมวที่หน้าตาเหมือนสฟิงซ์ แต่ไม่รู้จริงว่าพันธุ์นี้ต้องผสมกับแมวตัวอื่นๆ เป็นสิบๆ ตัว ตนเห็นว่ามันน่ารักดีและขนสั้นมีผลกับโรคภูมิแพ้น้อย ภายในร้านข้างล่างจะเปิดเป็นคาเฟ่ ชั้น 2 เปิดเป็นโรงแรมแมว ส่วนชั้น 3 ไม่เคยขึ้นไป ภายในร้านจะมีแพทย์หญิงเป็นผู้ดูแล แต่จะสลับให้เพื่อนดูแลบ้างเป็นบ้าง

ครั้ง