แตกตื่นทั้งห้าง! คนร้ายอุกอาจปล้นแบงก์ กวาดเงินกว่า 4 แสน ตร.สงสัยเกลือเป็นหนอน

23.05.16 | 19:05 น.

วันที่ 23 พฤษภาคม เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบก.ภาค 4 พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี  พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.2 สส.ภาค 4 ร่วมประชุมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี สืบสวนภูธร จ.อุดรธานี และสืบสวนภูธร ภาค 4 ติดตามความคืบหน้าคดี เหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงเงินธนาคารกรุงเทพ สาขาห้างโลตัส ตลาดรังษิณา ทน.อุดรธานี ได้เงินไทยและเงินยูโรไปได้ 4.2 แสนบาท และขึ้นรถ จยย.ที่เพื่อนคนร้ายจอดรอหลบหนีไปได้


ที่ประชุมได้อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพในการประชุมช่วงแรก โดยแจ้งที่ประชุมว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้รับความจากผู้บังคับบัญชา กำชับเรื่องมาเป็นกรณีพิเศษ และจะเดินทางมาดูเรื่องที่อุดรธานีด้วย และยังพูดในทำนองหยอกล้อว่า “ใครจะสมัครใจย้ายไปกันบ้างถ้าจับคนร้ายไม่ได้” พร้อมกับขอความร่วมมือสื่อมวลชน เผยแพร่ตำหนิรูปพรรณคนร้าย และขอความร่วมมือจากประชาชน ส่งภาพคนร้ายที่อาจจะบันทึกได้ จากกล้องติดรถยนต์ หรือกล้องอื่นๆ ให้ตำรวจใช้เป็นหลักฐานติดตามคนร้าย

พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี รายงานว่า คนร้ายใช้รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ 100 ไอ สีน้ำเงิน-ดำ ติดตะกร้าหน้ารถเพิ่ม ทะเบียนถูกถอดออก ใช้ปืนแบบลูกโม่สีตะกั่ว ไม่ยืนยันจริงหรือปลอม สวมหมวกกันน็อคเต็มใบสีดำด้าน ภาพจากกล้องติดรถยนต์บันทึก เห็นคนร้ายมาจอดรถที่ลานจอดรถยนต์ ส่งมือปืนใส่เสื้อแขนยาวลายสก๊อตแดง-ดำลง คนใส่เสื้อแขนยาวสีครีมถอยรถไปจอดรอ ไม่นานมีประชาชนแตกตื่นวิ่งออกมา ตามด้วยคนร้ายสวมเสื้อลายสก๊อต คนร้ายสตาร์ตเครื่องเคลื่อน จยย.ออกไปรับ ลักษณะจะให้คนมีปืนขับขี่ แต่คนมีปืนเปลี่ยนใจมาซ้อนท้ายแทน

ที่ประชุมระบุว่า คนร้ายสวมถุงมือทั้งสองคน แต่สามารถเก็บหลักฐานสำคัญได้ เป็นรอยเท้าคนร้ายที่เหยียบเก้าอี้ ก้าวขึ้นไปบนเคาน์เตอร์ชัดเจน ขณะที่กล้องวงจรบันทึกภาพคนร้ายก่อนเกิดเหตุไปจอดรถที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง บนถนนมิตรภาพเส้นอุดร-หนองคาย จากนั้นคนร้ายโดยชายเสื้อลายสก๊อต ขับขี่ จยย.ซ้อนคนสวมเสื้อสีครีม เข้ามาวนในห้างโลตัสหลายรอบ แล้วกลับมาอีกครั้งเป็นคนเสื้อสีครีมขับขี่ และวนหลายรอบก่อนก่อเหตุ เหมือนจะรออะไรบางอย่าง หลังก่อเหตุขี่ จยย.ผ่านสนามกอลฟหนองสำโรง ไปเปลี่ยนให้คนสวมเสื้อลายสก๊อตขี่บนถนนมิตรภาพ

Advertisement

พล.ต.ต.บุญลือเปิดเผยว่า ชุดสืบสวนเมือง จังหวัด และภาค ทำงานประสานกัน ในการหาข้อมูลของคนร้าย โดยเฉพาะเส้นทางที่คนร้ายมาและกลับหลังจากก่อเหตุ รวมถึงการหาตำหนิรูปพรรณของคนร้าย ที่ขณะนี้มีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง โดยกล้องวงจรปิดที่ได้ล่าสุด จับภาพคนร้ายขณะหนีไปทางหนองสำโรง จากจุดนี้ต้องตามหากล้องจุดอื่นต่อ เพื่อดูว่าคนร้ายหลบหนีไปทางไหน เพราะสามารถไปยังเส้นทางอื่นได้อีกหลายจุด ไปยัง อ.บ้านผือ, อ.เพ็ญ, จ.หนองคาย หรือย้อนกลับเข้าตัวเมือง

“ยังชี้ชัดไม่ได้ว่าคนร้ายเป็นมืออาชีพ ดูจากพฤติกรรมน่าจะหรืออาจจะผ่านการฝึกฝนมา มีการวางแผนมาก่อนหน้า ที่ต้องเข้ามาดูต้นทางก่อน หรืออาจจะมีบุคคลอื่นร่วมก่อเหตุ ที่อาจจะมีการดูต้นทางหรือไม่ ทางตำรวจกำลังตรวจสอบอยู่ รวมทั้งตรวจสอบในทุกอย่าง ทั้งรถ จยย. หมวกกันน็อค รวมทั้งนำประวัติอาชญากรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุในลักษณะนี้มาตรวจสอบ และนำคดีเดิมที่ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้มาตรวจเทียบด้วย” พล.ต.ต.บุญลือกล่าว

พล.ต.ต.บุญลือกล่าวอีกว่า คนร้ายใช้เวลาก่อเหตุนานเกือบ 3 นาที อาจจะมีคนในหรือคนอื่นเป็นผู้ดูต้นทาง ส่งสัญญาณให้ก่อเหตุ เรื่องนี้ยังไม่แน่ชัด ต้องใช้เวลาตรวจสอบก่อน ยังไม่ทิ้งประเด็นใดออกไป ขอเวลาให้ตำรวจทำงานอีกสักระยะ โดยทางผู้บังคับบัญชาเร่งรัดให้จับกุมตัวให้ได้ แต่ทั้งนี้ของเวลาให้ตำรวจทำงาน ซึ่งเราทำงานเต็มที่ในทุกคดีอยู่แล้ว

201605231722593-20021028190339

จากนั้น พล.ต.ต.พีระพงศ์ พร้อมกับ พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ แล้วจำลองพฤติกรรมคนร้าย ตั้งแต่จุดจอดรถ จยย.ส่งมือปืน เพื่อเดินเข้าไปที่ประตูร้าน เคเอฟซี เดินทะลุออกไปหน้าแบงก์กรุงเทพ ยกปืนจ่อไปที่ รปภ. เดินตรงเข้าไปผลัก รปภ.ให้เข้าประตูไปด้วยกัน ตะโกนเป็นภาษาไทยสำเนียงไม่ชัด ให้ทุกคนหมอบลงกับพื้น ก่อนเหยียบเก้าอี้ข้ามไปในเคาน์เตอร์ กวาดเงินสดในลิ้นชัก โดยสอบถามกับ รปภ.และพนักงานอย่างละเอียด

พล.ต.ต.พีระพงศ์เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุซ้ำอีกครั้ง ก็ได้หลักฐานกล้องวงจรปิดเพิ่ม รวมทั้งทาง รอง ผบช.ภ 4 ที่เดินทางมาประชุมติดตามคดีอย่างใกล้ชิด เร่งรัดการสืบสวนสอบสวนในการติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ให้ได้ แต่การตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดในทุกส่วนที่ได้ คงต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ที่จะหาเส้นทางมาก่อเหตุ และเส้นทางหลบหนีหลังก่อเหตุ เบื้องต้นเราสันนิษฐานว่า คนร้ายต้องมาดูลาดเลาก่อนลงมือก่อเหตุแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์คนร้ายบุกชิงเงินธนาคาร และร้านทองใน จ.อุดรธานี เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 17 มี.ค.56 คนร้ายเป็นชายบุกเดี่ยวใช้มีดอีโต้ชิงเงินธนาคารกรุงเทพ ห้างบิ๊กซี สี่แยกทางไป จ.สกลนคร ได้เงินสดไป 1 ล้านบาท ต่อมา 23 ก.ย.56 คนร้ายเป็นชายสวมหมวกกันน็อค ควงมีดจี้ชิงเงินแบงค์กสิกร อ.หนองหาน อุดรธานี กวาดไป 5 แสน หนีไปขึ้น จยย.เพื่อนหญิงติดเครื่องรออยู่ และ 17 ก.ค. 57 คนร้ายเป็นชายหนึ่งคนบุกเดี่ยว ใช้ระเบิดปลอมชิงทรัพย์ร้านทองคูลินจิวเยาวราช ในห้างงี่สุนซุปเปอร์สโตร์ ถนนอุดรธานี-หนองบัวลำภู ต.นาดี อ.เมือง ได้ทองรูปพรรณหนัก 63 บาท มูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ ก็มาเกิดเหตุชิงทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ สาขาเทสโก้โลตัสอีกครั้ง